Home Blog Page 2

ด้ายขาวผูกแขน ผู้เฒ่าผู้แก่ แม้ไม่มีราคา แต่มีค่าที่สุด

0

เชื่อว่าหลายๆคนที่ได้มีโอกาสกลับบ้านไปเที่ยวหาญาตฺผู้ใหญ่ ต้องได้มีการรับขวัญโดยการผูกข้อมือ นับเป็นความเชื่อโบราณอีกอย่างหนึ่งของชาวเหนือและชาวอีสาน ที่ในช่วงเทศกาลหรือเวลาลูกหลานกลับบ้านทีไร พ่อแม่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่บ้านจะนำด้ายขาวมามัดข้อมือ และอวยพรให้โชคดี เดินทางปลอดภัย ทำมาค้าขึ้น มีความสุข ซึ่งคนที่ทำงานไกลบ้านจะเข้าใจดี เป็นสัญลักณ์ของความคิดถึง เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเวลาคิดถึงบ้าน อดทนสู้เพื่อคนข้างหลังรออยู่ ส่งแรงใจผ่านฝ้ายศักดิ์สิทธิ์ ถึงแม้ไม่มีราคา แต่มันมีค่าที่สุด

การผูกแขนหรือข้อมือ เมื่อพราหมณ์สูตรขวัญจบแล้วญาติพี่น้องจะเอาข้าว ไข่ กล้วย ใส่มือเจ้าของขวัญ มือซ้ายหรือมือขวาก็ได้ให้พราหมณ์ผูกข้อมือให้ก่อนปกติจะผูกข้อมือซ้ายเพราะแขนซ้ายถือเป็นแขนขวัญ เป็นแขนที่อ่อนแอใช้งานหนักไม่ได้ เป็นแขนที่น่ารักทะนุถนอม

ในเวลาผูกข้อมือนั้นทุกคนยื่นมือขวาออกไปพยุง โจม แขนของเจ้าของขวัญที่พราหมณ์กำลังทำพิธีผูกข้อมือให้ถ้าอยู่ห่างก็ยื่นมือจับแขนหรือแตะตัวกันต่อๆ มาเป็นเส้นสายเหมือน เชือกส่อแสดงถึงความสัมพันธ์ทางกายและใจเป็นอย่างยิ่ง แล้วตั้งจิตอธิฐานขอให้เจ้าของขวัญมีความสุขความเจริญเมื่อผูกข้อมือเสร็จให้ผู้เป็นเจ้าของขวัญประนมมือไหว้ผู้ให้พร เป็นการรับเอาพร ในการรับขวัญ มีข้อห้ามว่า

1 ห้ามสองคนผูกแขนข้างเดียวกันให้แก่ผู้รับการผูกแขนพร้อมกัน ผูกคนละข้างไม่ห้าม
2 ผู้รับการผูกแขนต้องหงายมือ ห้ามคว่ำเด็ดขาด เพราะผิดประเพณี คือเป็นการไม่รับขวัญ
3 ผู้ประคองขวัญทุกคนก็ให้หงายมือประคอง ห้ามคว่ำมือเด็ดขาด เพราะผิดประเพณีเช่นเดียวกัน

เมื่อพราหมณ์ผูกเสร็จแล้ว ต่อไปก็เป็นโอกาสของญาติมิตรทั่วๆไปจะเข้ามาผูกข้อมือให้กับเจ้าของขวัญ ด้ายผูกแขน (ด้ายผูกข้อมือ) ถือเป็นของดี ของศักดิ์สิทธิ์ควรรักษาไว้อย่าพึ่งดึงทิ้ง ให้ล่วง 3 วันเสียก่อนจึงดึงออกเวลาทิ้งอย่าทิ้งลงที่สกปรก เพราะด้ายผูกแขนเป็นของขาวของบริสุทธิ์ เป็นจุดรวมแห่งจิตใจบริสุทธิ์หลายดวงจึงควรรักษาไว้ให้ดี

ผู้เฒ่าผู้แก่เคยเล่าให้ฟังว่าด้ายผูกแขนที่เก็บรักษาไว้เป็นของศักดิ์สิทธิ์ ป้องกันอันตรายได้เช่น มีโจรมาปล้น อธิฐานขอให้จิตทุกดวงช่วยก็ปลอดภัยจากอันตรายได้และเป็นเสน่ห์ดึงดูดจิตใจให้คนรักใคร่ชอบพอได้ การผูกแขน ผูกข้อมือ การผูกแขนที่จะอำนวยประโยชน์สุขให้แก่เจ้าของ ขวัญควรประกอบด้วยองค์ 4 คือ

1 ผู้ผูก หรือพราหมณ์
2 ผู้รับผูก หรือเจ้าของขวัญ
3 ผู้เกี่ยวข้อง คือญาติมิตร
4 คำกล่าวขณะที่ผูก คำกล่าวขณะที่ผูกเป็นคำเรียกร้องเชิญขวัญซึ่งเป็น คำที่ไพเราะ อ่อนหวาน สุภาพ เรียบร้อยมีความหมายไปในทางที่ดีงาม

ที่มา เค กณวรรธน์

ชีวิตรุ่งเรือง ดีขึ้นทุกวัน เพียงน้ำสะอาดเพียง 1 แก้ว

0

ชีวิตรุ่งเรือง ดีขึ้นทุกวัน เพียงน้ำสะอาดเพียง 1 แก้ว ทำในวันปีใหม่นี้ ถึงวันนี้วันดี เริ่มปีใหม่กันแล้ว หลายๆคนคง เดินสายทำบุญ ไม่ว่าใกล้หรือไกลบ้าน กันพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว เพื่อขออพร ในช่วงปีใหม่นี้

การทำบุญในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าวัดไหว้พระทำบุญ การใส่บาตรในตอนเช้า การถวายสังฆทาน การช่วยเหลือผู่ที่ย ากไร้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งดีๆในการสร้างบุญ สร้างคุณความดีที่ติดกับตัวของเราไปตลอด การถวายน้ำพระ เพียง 1แก้วก็สามารถสร้างบุญให้เราได้มหาศาล ให้ท่านเตรียมน้ำสะอาดไว้1ขวดและนำจรดระหว่างคิ้วแล้วกล่าวคำอธิษฐานจิตต่อไปนี้

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (สามจบ) นะโมพุทธายะลูกขอเชิญพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์โปรดเสด็จมาเป็นประธาน

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวงที่รั ก ษาตัวข้าพเจ้า ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข

ให้เริ่มเทน้ำลงบนพื้นดิน ลูกขอฝากน้ำอุทิศนี้ไปกับพระแม่คงคาพระแม่ธรณี โปรดมาเป็นทิพย์พย านขออานิสงค์ผลบุญกุศลอันไดที่ข้าพเจ้าชื่อสกุล

ได้กระทำในวันนี้ทั้งหมดทั้งปวงข้าพเจ้าขออุทิศให้กับเทวดาทั้งหลายทั้งปวง ของข้าพเจ้าอยู่ณปัจจุบันนี้ที่ทำให้ข้าพเจ้าพ้นจากความทุกข์

ไม่ว่าท่านจะมาจากภพใดชาติใดก็ตามทั้งระลึกได้ก็ดีและระลึกไม่ได้ก็ดี ไม่ว่าท่านจะอยู่ในภพภูมิใดขอให้ท่านมารับกุศลที่ข้าพเจ้าอุทิศให้ในครั้งนี้

โดยมาให้ถึงจุดหมายอย่าแวะอย่าเวียนที่ใดเลยให้กุศลถึงทั่ว ทุกภพทุกภูมิทุกท่านทุกตัวทุกตนขออานิสงค์ผลบุญดังกล่าว โปรดกลายเป็นโภคทรัพย์ตามที่ท่านปราถนาทุกประการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปด้วยเทอญ

หมายเหตุ
ระหว่างท่องคำกรวดน้ำด้านบนให้เทน้ำลงดินตลอดให้จบคำกรวดน้ำ

การกรวดน้ำลงดินกุศลจะส่งถึงเร็วกว่าการกรวดน้ำแห้งเพียงอธิษฐานจิตสำหรับผู้ที่บารมียังไม่มากพอหากไม่สะดวกก็กรวดน้ำลงบนภาชนะและนำไปรดลงดินที่โคนต้นไม้ได้เช่นกัน

การขอฝากผ่านบารมีของพระแม่คงคาและพระแม่ธรณีไปสิ่งสำคัญมากไม่ว่าน้ำจะเหลือมากน้อยไหนให้เทให้หมดพร้อมกับคำพูดสุดท้ายที่จบโดยไม่ให้เหลือเอาไว้

หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ขอพรใด ได้สมหวังทุกประการ

0

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ นำมาให้เพื่อนๆได้ทราบประวัติขององค์ท่านกันนะคะ หากกล่าวถึงหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์เป็นพระพุทธรูปเก่าองค์หนึ่งที่ขุดพบอย่างบังเอิญเมื่อวันจันทร์ที่ ๒ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีกุน เดือน ๑๒ พ.ศ. ๒๕๐๒ องค์หลวงพ่อเป็นเนื้อดิน ตั้งอยู่บนคันคลองระพีพัฒน์ฝั่งขวา หันหน้าลงน้ำทิศตะวันออก ในท้องที่ ต.คชสิทธิ์ อ.หนองแค จ.สระบุรี ก่อนที่จะพบองค์หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์บริเวณดังกล่าวเป็นเนินดินที่มีระดับสูงกว่าองค์หลวงพ่อ มีเฉพาะทางคนเดินแคบๆเท่านั้น

ต่อมาได้มีคนงานชลประทานประตูน้ำพระเอกาทศรถมาขุดดินที่เป็นเนินนั้นไปถมริมตลิ่งที่น้ำเซาะพัง คนงานได้ขุดดินมาหลายวันแล้ว จนไปถึงบริเวณที่องค์หลวงพ่อประดิษฐานซึ่งเป็นดินที่แข็งมากผิดไปจากบริเวณอื่น คนงานจึงขุดดินไม่เข้า แต่ได้ขุดดินไปรอบๆที่พอจะขุดได้ดินก็แตกเป็นรูปพระ โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นองค์หลวงพ่อ เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวเข้าก็มามุงดูกันจำนวนมากบางคนก็พูดว่า “พระพุทธรูปมาเกิด” แต่บางคนคิดไปว่า คนงานชลประทานปั้นองค์พระขึ้นมากันเอง

ความอัศจรรย์ของหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ตอนเย็นนางฝอยชาวบ้านคนหนึ่งที่อาศัยอยู่หลังตลาดหนองตาโล่ได้เดินผ่านมาทางองค์หลวงพ่อ นางฝอยไม่ได้คิดว่าที่เห็นนั้นเป็นพระพุทธรูปนั้นและไม่คิดว่าจะเป็นองค์พระจริงๆจึงเอาเปลือกอ้อยเป็นธูปและเอาใบมะขามเทศเป็นทอง มาไหว้เป็นการล้อเลียนแล้วก็เดินทางกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันถึงบ้านนางฝอยเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง จึงนึกขึ้นได้ว่าไปไหว้ล้อเลียนองค์พระนั้นเข้า จึงจุดธูปกราบขอขมาอภัยหลวงพ่ออาการปวดหัวก็หายทันที

และตอนเย็นวันเดียวกัน ยายเกลี้ยงบ้านอยู่ใกล้องค์หลวงพ่อก็กลายเป็นคนเทียมทรงขึ้นทั้งๆก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็นมาก่อน ชาวบ้านพากันมามุงดูกันอย่างเนืองแน่นมีผู้สอบถามหลวงพ่อว่า มาจากไหนหลวงพ่อบอกว่า มาคล้องช้างสามวันไม่ได้ช้างนอนหลับที่แคร่บนต้นไม้ พระเครื่องได้ตกลงมาแล้วแต่ก็หาไม่เจอ ต่อมาได้มีคนเอาดินมาถมบริเวณ (คลองระพีพัฒน์ใช้คนขุดเอาดินขึ้นมาถมเมื่อประมาณ ๗๐ ปีก่อน)

ยายหนูถามหลวงพ่อว่า ชื่ออะไร หลวงพ่อบอกว่า หากบอกชื่อให้แล้วจะรับทำสัญญาได้ไหม ยายหนูบอกว่า รับทำให้ได้ หลวงพ่อจึงบอกว่า ให้นิมนต์พระ ๕ วัดมาสวด ให้ตั้งศาลเพียงตา ให้ทำขัน ๕ ทุกๆวัน และจัดงานกลางเดือน ๑๒ ประจำทุกปีแล้วหลวงพ่อก็บอกว่าท่านชื่อ “สำเร็จศักดิ์สิทธิ์” ใครมากราบไหว้ทำอะไรก็ศักดิ์สิทธิ์และสำเร็จทุกอย่างตามที่คิดไว้ ในขณะเดียวกันชาวบ้านอีกจำนวนมากที่มามุงดูก็เอาขันน้ำมาให้ทำน้ำมนต์แล้วเอากลับไปบ้าน พอเอาน้ำมนต์ใส่ลงในโอ่งน้ำ น้ำในโอ่งเกิดมีเสียงดังจิ๊ดๆๆๆทั้งๆ ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนและเป็นเช่นนี้ของทุกคนที่เอาน้ำมนต์ไป

ต่อมายายเง็กกับชาวบ้านในตลาดได้ว่าจ้าง นายทวี ดารารัตน์ (ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว)มาโบกปูนซีเมนต์ที่องค์หลวงพ่อแต่ชลประทานในสมัยนั้นไม่ยินยอมให้ทำ หาว่ากีดขวางทางคมนาคม โดยขอให้ชาวบ้านโยกย้ายองค์หลวงพ่อไปอยู่ที่อื่น แต่ไม่มีใครกล้าย้ายจึงได้โบกปูนซีเมนต์ที่องค์หลวงพ่อจนสำเร็จ

คาถาเพื่อขอพรหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ตั้ง นะโม ๓ จบ
พระพุทธัง สำเร็จศักดิ์สิทธิ์ พระธัมมัง สำเร็จศักดิ์สิทธิ์ พระสังฆัง สำเร็จศักดิ์สิทธิ์

ในปี พ.ศ.๒๕๐๕ กรมชลประทานได้มีคำสั่งให้เอารถขุดปรับทางทำถนนบนคันคลองจากท่าหลวงถึง อ.หนองแค ระหว่างทางที่จะถึงองค์หลวงพ่อ รถได้ขุดไปรอบๆฐานจนเกือบจะถูกองค์หลวงพ่อ ก็ได้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นทันที ฟ้าได้ผ่าลงมากลางวันแสกๆทั้งๆ ที่ปราศจากเมฆฝน คนขับรีบหยุดรถแล้วกระโดดลงมากราบขอขมาต่อองค์หลวงพ่อ โดยไม่กล้าขุดดินใกล้องค์หลวงพ่ออีกต่อไป ชาวบ้านจึงศรัทธาเลื่อมใส เชื่อกันว่าหลวงพ่อมีความศักดิ์สิทธิ์มาก โดยต่างก็เชื่อกันว่าสามารถปกป้องกันภัยได้ทุกอย่างใครมาบนบานขออะไรก็จะได้รับแต่ความสุขความสมหวังและสมความปรารถนากันทั่วทุกคน

หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานในวิหารริมคลองระพีพัฒน์(ไม่มีวัด) ทุกปีในกลางเดือน ๑๒ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันจัดงานประจำปีขึ้น ๑๕ วัน ๑๕ คืน ตลอดจนงานปีใหม่ ก็มีการจัดงานเฉลิมฉลอง ๑๕ วัน ๑๕ คืน เช่นกัน สาธุชนท่านใดได้มาสักการบูชาหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์สักครั้งจะเป็นสิริมงคลและเป็นบุญไปตลอดชีวิตนี้

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ขอบคุณที่มาจาก https://bit.ly/2QCMQdP

“นะ โม พุท ธา ยะ” อานุภาพครอบจักรวาล แคล้วคลาด ร่ำรวย

0

นะโมพุทธายะ-นะโมพุทธายะ แปลว่า-นะ โม พุ ท ธา ยะ คือ-นะโมพุทธายะคือ “นะ โม พุท ธา ยะ” อานุภาพครอบจักรวาล แคล้วคลาด เฮงๆร่ำรวย เรียกได้ว่านะโมพุทธายะเป็นสุดยอดพุทธคุณอันเปี่ยมล้นไปด้วยคุณภาพ ประโยชน์หลากหลายประการถ้าต้องการที่จะมีคาถาได้คาถาหนึ่ง

ที่สวดแล้วครอบจักรวาลแคล้วคลาดรอดปลอดภัยคงกระพันชาตรีมหานิยมมหาเสน่ห์ แนะนำว่าให้ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เราจะกล่าวดังต่อไปนี้ คาถานี้ก็คือคาถาพระเจ้า 5 พระองค์ซึ่งมีตัวอักขระพิเศษ 5 ตัวนั่นก็คือ เป็นอักขระพิเศษที่ใช้แทนพระพุทธเจ้า5พระองค์อีกทั้งยังมีความหมาย ของแม่ธาตุใหญ่ที่ให้กำเนิดทุกสรรพสิ่งบนโลกจึงถือได้ว่า

เป็นคาถาหลักๆที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง นะโมพุทธายะ-นะโมพุทธายะ แปลว่า-นะ โม พุ ท ธา ยะ คือ-นะโมพุทธายะคือ โดยมีความเชื่อที่ว่าถ้าผู้ใดบริกรรมคาถาบูชาสวดนะโมพุทธายะ ด้วยจิตใจอันสงบด้วยจิตใจอันดีจะทำให้มีชีวิตที่ดีแคล้วคลาดรอดปลอดภัย ภยันใดๆไม่กล้าเข้ามาทั้งนี้ยังได้มีการนำพระคาถาพระเจ้าห้าพระองค์ มาสร้างเป็นยันต์พระเจ้าห้าพระองค์อีก ด้วยโดยลงอักขระด้วยนะโมพุทธายะ ใช้ได้ครอบจักรวาลซึ่งปรากฏทั้งผ้ายันต์และวัตถุมงคลต่างๆ

สำหรับความหมายของนะโมพุทธายะมีดังต่อไปนี้

(นะ) หมายถึง พระกุกกุสันโธใช้เขียนแทนธาตุน้ำหรืออาโปธาตุ

มีกำลังเท่ากับด๒ใช้ในการเสกให้เกิดพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม

สำหรับความหมายของนะโมพุทธายะมีดังต่อไปนี้

(นะ) หมายถึง พระกุกกุสันโธใช้เขียนแทนธาตุน้ำหรืออาโปธาตุ

มีกำลังเท่ากับด๒ใช้ในการเสกให้เกิดพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม

(ยะ) หมายถึง พระศรีอารยเมตไตรย(พระพุทธเจ้าองค์ถัดไปหลังพ.ศ.๕๐๐๐)

ใช้เขียนแทนอากาศธาตุมีกำลังเท่ากับด๐เมื่อรวมกำลัง

ธาตุทั้ง๕ก็จะเป็นคุณพระพุทธเจ้า๕๖

ฉะนั้นแล้วสำหรับใครที่ สวดนะโมพุทธายะเป็นประจำทุกวันจะส่งผล ในเรื่องของทุกๆด้านทั้งในเรื่องของการแคล้วคลาดปลอดภัย และเป็นมหานิยมเมตตามีแต่คนรักมีเสน่ห์เรียกว่าในสมัย โบราณนิยมโสดกันมากจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งคาถาพระเจ้า5พระองค์นั้นได้มีการใช้อยู่อย่างหลากหลาย

เช่นคาถาบูชาหลวงพ่อโสธรอันเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ นะโมพุทธายะ-นะโมพุทธายะ แปลว่า-นะ โม พุ ท ธา ยะ คือ-นะโมพุทธายะคือ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับการ สวดคาถาพระเจ้า5พระองค์นี้นั้นเพียงคุณ มีสมาธิมีสติท่องสั้นๆว่านะโมพุทธายะทำเช่นนี้เป็นประจำทุกวันวันละหลายๆรอบ

จะเป็นการดีจะช่วยปกปักรักษาป้องกันคุ้มภัยในสิ่งที่คุณมองเห็น และมองไม่เห็นได้ทั้งในเรื่องไสยไม่ให้เข้ามากำกายแม้สิ่งที่ไม่ดี แอบแฝงมาก็จะหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ใจในที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา yakrookaset

สร้าง กระท่อมไม้ไผ่ ทั้งหลังด้วยงบ ไม่เกิน 500 บาท

0

เป็นอีกหนึ่งวัสดุธรรมชาติที่นำมาสร้างบ้านแล้วออกมาสวยน่าอยู่มากๆ นั่นก็คือ ไม้ไผ่ ไผ่ เป็นไม้พุ่ม ไม้ไผ่มีคุณสมบัติพิเศษทั้งด้านความแข็งแรงและยืดหยุ่นที่เหนือกว่าวัสดุสังเคราะห์หลายชนิด วันนี้เราจะพาไปดูทำกระท่อมหลังน้อยๆ ด้วยไม้ไผ่ทั้งหลัง ด้วยงบไม่เกิน 500 บาท เพราะว่าเป็นไม้ไผ่ของตัวเอง และสร้างด้วยตัวเองอีก โดยเป็นผลงานจากผู้ใช้เฟสบุ๊ก เชษฐ คนชอบเที่ยว ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุว่า…

เล็กๆไว้นอนเล่น ไผ่ทั้งหลังต้นทุนต่ำกระท่อมไม้ไผ่

หลังเล็กๆ

ไม้ไผ่ทั้งหลัง

หน้าต่าง

มีระเบียง

ภายในห้องนอน

นั่งชิลๆ

บรรยากาศดีมากๆ

ด้วยงบไม่เกิน 500 บาทจริง

เป็นกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กๆ ที่ใช้ต้นทุนในการสร้างไม่เกิน 500 บาท ได้หลังขนาดนี้ไว้พักผ่อนชิลๆ เข้ากับบรรยากาศธรรมชาติมากๆ ดูไว้เป็นไอเดียกันได้เลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เชษฐ คนชอบเที่ยว

เมื่อชีวิตเจอ ช่วงเวลาที่แย่ ขอให้แผ่เมตตา ก็สามารถกลับมาดีได้

0

เมื่อชีวิตเจอช่วงเวลาที่แย่ขอให้แผ่เมตตา ก็สามารถกลับมาดีได้ ในชีวิตหนึ่งของมนุษย์เรานั้น สิ่งที่ทุกคนปรารถนาเป็นอย่างมากนั้นก็คือ ความสุขเพราะไม่ว่าเราจะกระทำสิ่งไหน

สิ่งที่เราหวังให้เกิดขึ้นต ามมานั้นก็คือความสุข ถึงแม้ว่าความสุขของคนเราจะมีหน้าตาและมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่า ความสุข จะมาในรูปแบบไหนเชื่อเลยค่ะว่าทุกคนต้องเต็ มใจรับมันอย่างแน่นอน ขอให้คุณเข้าใจ เมื่อต้องอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก มันเป็นเวลาแห่งผลกรรมไม่ดีนั้นส่งผลมาจากการกระทำของเราเองในปัจจุบัน และในอดีตที่ส่งผลหนักมากกว่าบุญที่เรามี ในช่วงที่กรรมไม่ดีส่งผลนั้นทำอะไรดูแย่ไปหมด การงาน มีปัญหาการเงินติดขัดอย่างหนัก บางคนต้องคดีความ ความสัมพันธ์คนในครอบครอบ รอบข้างพังพินาศไร้การเหลียวแลช่วยเหลือ

ไม่ใช่ปีชง ไม่ใช่ด ว งดาวเคลื่อนย้ายไม่ใช่ราหูทับซ้อนอะไรทั้งนั้น

มาจากเหตุจากการกระทำของเราล้วนที่เราสร้างมาเอง และจากที่เราไปสร้างเจ้ากรรมนายเวรเอาไว้ เพื่อชีวิตข้างหน้าจะดีกว่าที่เป็นอยู่สร้างบุญง่าย ด้วยการแผ่เมตตา เริ่มจากสร้างบุญใหม่ที่ไม่ใช่เงินทำสมาธิให้นิ่งสบายเสียก่อนสมาทานศีล 5 และสวดมนต์ หลังจากสวดมนต์ แล้วให้ทำสมาธิต่อ ให้คิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดอีกช่วงในชีวิตที่เราจะได้รู้จักกฏแห่งกรรมอย่างแท้จริง และได้ตื่น ได้เข้าใจว่าเราต้องเร่งพัฒนาคนเองให้อยู่ในกรรมดีมากขึ้น

เมื่อพิจารณาแล้ว ให้ตั้งจิตรวมบุญใหม่ที่ทำในวันนี้และบุญที่เคยทำมาทุกภพทุกชาติเป็นมหาบุญกุศล พิจารณาถึงเกิด แก่ เจ็บ ฅาย การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปไม่มีสิ่งใดคงทนถาวรเลย อุทิศแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่เราไปเบียดเบียนเขาที่เรานึกได้ไม่ว่าจะเป็นใครสัตว์ และเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นดวงจิตวิญญาณที่เราไม่รู้ว่าทำเขามาหนักหนาในภพไหนก็ตาม เพื่อขออโหสิกรรมเขา และให้อโหสิกรรมต่อทุกคนสัตว์ที่มาทำเราไม่ว่าเรื่องใด

และเมื่อสร้างบุญไม่ว่าเรื่องใดให้อุทิศบุญแผ่เมตตาทันทีทำได้ตลอดเวลาไม่ว่าบุญเล็ก บุญน้อยบุญใหญ่ ไหน ใจเราจะสงบและชีวิตจะเริ่มเปลี่ยนจากหนักจะเบา จากเบาจะมลายหายไป กรรมดี ปัญญาที่ถูกต้อง ตรงทางการลงมือทำเท่านั้นที่จะแก้ได้บุญเท่านั้นจะพาเราพ้นจากชีวิตที่เเย่ จงเลือกทำแต่กรรมดีแพ่เมตตาโปรดสัตว์ชีวิตก็จะเจอแต่สิ่งดีๆ

ห้ามพูดกับพ่อแม่ หากท่านยังมีชีวิตอยู่ จะกลายเป็นบาปติดตัว ไปตลอดชีวิต

0

ถือได้ว่าเรื่องราวดังกล่าวนจะนำมาเตือนลูกๆ สำหรับเรื่องที่บางครั้งเราคิดเอาไว้ในใจแต่ก็ไม่ควรให้ท่านได้ยินหากยังมีชีวิตอยู่ ได้แก่

1.อย่าโทษพ่อแม่ว่า ไร้ความสามารถ
ไม่มีใครที่เก่งไปทุกเรื่อง และไม่มีใครที่ทำทุกเรื่องได้สมบูรณ์ พ่อแม่คือผู้ให้ชีวิต ทุ่มเทเลี้ยงดูเราจบเติบใหญ่สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อย่าต่อว่าพ่อแม่ว่า “สู้พ่อแม่ของคนอื่นก็ไม่ได้” คำพูดนี้ เมื่อพูดออกไป ต่อให้ม้าฝีเท้าไวก็วิ่งตามไปเก็บกลับคืนมาไม่ทัน แล้วมันจะกลายเป็นตราบาปในชีวิตคุณไปทั้งชีวิต

2.อย่าโทษพ่อแม่ว่า จู้จี้จุกจิก
พ่อแม่เกิดมาก่อนเรา มีประสบการณ์มากกว่าเรา อย่าตะคอกท่าน เมื่อท่านจ้ำจี้จำไชให้กินข้าว ให้ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ให้ใส่หมวกกันน็อก ให้กลับบ้านเร็ว ๆ ให้เก็บห้อง ให้….ฯลฯ เพราะคนที่รักเราจริงเท่านั้นที่ จะจู้จี้ในเรื่องนี้กับเรา พ่อแม่ไม่มีทางจู้จี้กับคนที่ไม่ใช่ลูกหลานของ ท่านแน่นอน หรือคุณว่าไม่จริง!

3.อย่าโทษพ่อแม่ ที่ท่านบ่นว่า
ที่พ่อแม่บ่นว่า ก็เพราะเราทำไม่ได้ดี ที่บ่นว่าไม่ใช่เพื่อตัวท่านเองแต่ เป็นเพราะเพื่อเรา ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่รักลูกของตนเอง ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่อยากให้ลูกเจริญก้าวหน้ากว่าตนเอง ไม่มีพ่อแม่คน ไหนที่ไม่อยากให้ลูกของตนเป็นอภิชาตบุตร ที่เก่งกล้าสามารถกว่าตนเอง

4.อย่าโทษพ่อแม่ ว่าชักช้า
ยามพ่อแม่แก่เฒ่า อย่าด่าทอว่าท่านทำอะไรชักช้า หากเรายังไม่เคยเป็นพ่อแม่ เราไม่มีทางรู้เลยว่าคนเป็นพ่อแม่ต้องใช้ความรักความอดทนมากเพียงใดในการสอนให้เราเดิน สอนให้เรากิน สอนให้เราอาบน้ำ สอนให้เรา…ฯลฯ ยามที่ท่านหนุ่มสาว ท่านทุ่มกำลังแรงกายเพื่อพวกเรา มาบัดนี้ร่างกายจึงทรุดโทรม หากวันหนึ่งพ่อแม่แก่ชราลง กำลังวังชาเริ่มเสื่อมถอย จงจำไว้ “เห็นพ่อแม่ในวันนี้ ดุจเห็นตนเองในวันข้างหน้า”เรื่องกตัญญู ต้องรีบลงมือทำ

5.อย่าโทษพ่อแม่ ยามท่านป่วยไข้
ไม่ว่าพ่อแม่จะยุ่งเพียงไร จะดึกดื่นเพียงไหน จะฝนตกแดดออกปานใด พอเราเจ็บไข้ท่านจะละทิ้งการงานในทันที ท่านจะพาเราไปหาหมอในทันที ท่านจะหาวิธีเยียวยารักษาเราในทันทียามที่ท่านป่วยไข้ เราทำเหมือนที่ท่านทำให้เราได้มากน้อยเท่าไหร่? หรือว่าเพราะพ่อแม่เจ็บป่วยนานวัน จึงทำให้ลูกไม่กตัญญูดูแลหรือ? หรือเราจะเป็นจำนวนคนที่สังคมตราหน้าว่าเป็นลูกอกตัญญูเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง

ฝึกลูก ให้ได้อย่างใจคิด อยากให้ลูกเป็นแบบไหน ก็ฝึกอย่างนั้น

0

สำหรับคนที่มีลูกแล้ว ก็หวังอยากจะให้ลูกของเรานั้นเติบโตขึ้นมาเป็นคนดี อยู่ในสังคมหรือเอาตัวรอดได้ โดยไม่เบียดเบียนคนอื่น โดยทางเพจ เลี้ยงลูกด้วยหัวใจ ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกพร้อมกับระบุว่า
ถ้าอยากให้ลูกใจเย็น ให้ฝึกการรอคอย

ถ้าอยากให้ลูกช่วยเหลือตัวเองเป็น ให้ฝึกให้ลงมือปฎิบัติ

ถ้าอยากให้ลูกพูดเพราะ และ มีมารยาท ให้ทำให้ลูกเห็นทุกๆวัน

ถ้าอยากให้ลูกมีวินัย ให้ฝึกให้สม่ำเสมอ

ถ้าอยากให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น ให้ฝึกถามความคิดเห็น หรือ ให้มีส่วนร่วมในการคิดบ่อยๆ

และ …… ถ้าอยากให้ลูกแก้ปัญหาได้ ให้ฝึกให้เจอปัญหาบ่อยๆ

เลี้ยงลูกด้วยหัวใจ ไม่ต้องใช้ตำราอะไร

แค่คุณพ่อแม่อย่าลืม ฝึกกอดเค้า หรือ บอกรักเค้าบ่อยๆ

ครอบครัวอบอุ่น สายสัมพันธ์แน่น ทุกอย่างในครอบครัวจะมีความสุขค่ะ

Mama forty

จากความคิดเห็น

คุณแม่หลายท่านออกมาแชร์ประสบการณ์

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูก คงจะเคยอ่านเจอหลายๆ ทฤษฎีการเลี้ยงลูก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับคนเลี้ยงเองว่าจะฝึกให้ลูกเป็นอย่างไรเพราะสิ่งสำคัญที่สุดก็คือความรัก และเอาใจใส่ให้กับลูกนะคะ

ขอขอบคุณที่มาจาก : เลี้ยงลูกด้วยหัวใจ

ปุ๋ย พระ ราช ทาน สมเด็จ พระเทพ เพิ่ม แร่ธาตุ ดิน อุดม สมบูรณ์

0

เป็นที่ทราบกันดีว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชบิดามาโดยตลอด ทรงเสด็จตามในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปทรงงานตามที่ต่างๆ ซึ่งเป็นภาพที่คุ้นตาชาวไทย พระองค์ทรงเป็นห่วงชาวไร่ ชาวนา ช่วยแก้ปัญหาต่างๆให้ ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์มาโดยตลอด พร้อมทั้งพระราชทานสูตรปุ๋ย ให้แก่พี่น้องเกษตรกร

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้พระราชทานวิธี การทำปุ๋ยหมัก เป็นองค์ความรู้ให้กับปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวไทย ทั้งประเทศ ดังพระราชดำริ

ต้นไม้ทุกชนิดต้องการอาหาร เพื่อการเจริญเติบโต พูดง่าย ๆ เราต้องใส่ปุ๋ย ไร่นา สวน ของเรา พืชผล จึงจะงามดี เดี๋ยวนี้ปุ๋ย ที่ซื้อตามท้องตลาดแพงเหลือเกิน เรามาทำปุ๋ยหมักใช้เองดีกว่า

วิธีทำ ของที่ต้องเตรียม

1.ซากพืช ได้แก่ ใบไม้ ผักตบชวา หญ้าแห้ง ลำต้นถั่ว ลำต้นข้าวโพด ใบ และต้นมันสำปะหลัง กระดูกป่น ตามที่มี สับเป็นท่อน ๆ สั้น ๆ ให้เปื่อยเร็ว

2.ปุ๋ย

ก.ปุ๋ยคอก คือ มูลสัตว์ ขี้วัว ขี้ควาย ขี้เป็ด ขี้ไก่ ขี้ค้างคาว อะไรก็ได้
ข.ปัสสาวะคน หรือสัตว์
ค.กากเมล็ดนุ่น , กากถั่ว , ซากต้นถั่วชนิดต่าง ๆ (พืชตระกูลถั่ว)

3.ดินร่วน พอสมควร ถ้าเป็นหน้าดินยิ่งดี

การกองปุ๋ย

1.กองในหลุม ต้องขุดหลุมขนาดกว้างราว 1 เมตร ยาว 1 เมตร ลึก 1 เมตร ระวังดินพังทลายลงในหลุม ถ้ามีการระบายน้ำได้ยิ่งดี

2.กองในคอก ปรับดินบริเวณที่จะกองปุ๋ยหมักให้แน่น ใช้ไม้ไผ่หรือไม้อื่นที่ทำได้ กั้นเป็นคอกกว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 1 เมตร แบ่งคอกเป็น 2 ส่วน ครึ่งหนึ่งไว้ใส่ปุ๋ยหมัก อีกครึ่งหนึ่งไว้กลับกองปุ๋ย ทำหลังคาใบจากหรือใบมะพร้าวคลุมหลังคา ถ้ามีถุงพลาสติกคลุมกันฝนชะปุ๋ยก็ดี

3.เอาซากพืชที่เตรียมไว้กองเกลี่ยในคอก (หรือในหลุม) ให้เป็นชั้น เหยียบตามขอบให้แน่นขนาดคนเหยียบแล้วไม่ยุบอีก ชั้นหนึ่ง ๆ สูงราว 1 คืบ (30 ซม.) รดน้ำให้ชุ่ม แล้วเอาปุ๋ยคอกโรยทับให้ทั่วกัน สูง 2 องคุลี (5 ซม.) ถ้ามีปุ๋ยเคมี (สูตร 16-20-0 หรือ 14-14-14 , แอมโมเนียมซัลเฟต หรือยูเรีย) ก็โรยบาง ๆ ให้ทั่ว แล้วทับด้วยดินละเอียดหนาประมาณ 1 องคุลี สลับด้วยซากพืชแล้วรดน้ำทำเป็นชั้น ๆ อย่างนี้จนปุ๋ยเต็มคอก (น้ำที่รดจะผสมด้วยปัสสาวะด้วยก็ได้)

ข้อควรระวัง

1.อย่าให้มีน้ำขัง การรดน้ำมากไปจะทำให้ระบายอากาศไม่ดี

2.ปุ๋ยกองใหญ่ไปจะเกิดความร้อนสูง ปุ๋ยจะเสีย ถ้าในกองปุ๋ยมีความร้อนสูงไปให้เติมน้ำลงไปบ้าง

3.ปุ๋ยกองเล็กไป จะสลายตัวช้า

4.อย่าใช้ปุ๋ยเคมีพร้อมกับใส่ปูนขาว จะทำให้ธาตุไนโตรเจนสลายตัว

การกลับปุ๋ย

ทุก 30 วัน ควรกลับกองปุ๋ย โดยเอาชั้นบนสุดของกองนำไปเกลี่ยในอีกส่วนของคอกเป็นชั้นล่างสุด แล้วเอาชั้นสองเกลี่ยทับแล้วรดน้ำ ควรกลับปุ๋ย (ทุก 30 วัน) จนกว่าซากพืชจะเปื่อยผุหมดทั้งกอง กินเวลา 3-4 เดือน เมื่อปุ๋ยใช้ได้ สังเกตุจากความร้อนในกองจะใกล้เคียงกับความร้อนของอากาศ ปุ๋ยหมักจะเป็นสีน้ำตาลแก่ เอาตะแกรงร่อนปุ๋ยหมักเก็บไว้

การใช้ประโยชน์

ประหยัดการใช้ปุ๋ยเคมีได้ครึ่งหนึ่ง ทำให้ดินร่วน อุดมสมบูรณ์ เพิ่มธาตุไนโตรเจน ไม่เป็นอันตราย รักษาความชุ่มชื้นของดิน

หมายเหตุ ถ้าที่เป็นดินทรายใช้อิฐกรุในหลุม จะทำให้ได้ผลดีขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

คนมีที่ดินต้องรู้ไว้ โฉนดครุฑแดง ครุฑเขียว ครุฑดำ คืออะไรดูให้ดี ก่อนซื้อขาย

0

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรปล่ อ ย ผ่าน เพราะไม่เช่นนั้นท่านอาจโ ด น โ ก ง หรือเสีย สิ ทธิ์ในการครอบครองที่ดินได้ วันนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจและอธิบ า ย ถึงข้อควรรู้ของ “ครุฑ” ลักษณะต่างๆ ที่ประทับบนใบโฉนดที่ดินจะได้ไม่โ ด นโ ก งเมื่อเราทำการซื้อข า ย ซึ่งการครอบครองที่ดิน ถือเป็นกรรมสิทธิ์ที่ประชาชนควรรักษาไว้ โดยมีเอกสารเป็นเครื่องยืนยัน หรือที่เรียกกันว่า โฉนดที่ดิน เป็นหนังสือสำคัญซึ่งออกให้ตามก ฎ ห ม า ย ที่ดิน รวมทั้งโฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ว่า “ได้ทำประโยชน์แล้ว” ซึ่งจะเป็นหนังสือที่บอกให้รู้ว่า ผู้เป็นเจ้าของที่ดินมีก รร มสิทธิ์ในที่ดินอย่างสมบูรณ์ มีสิ ท ธิ ในการทำประโยชน์จากที่ดิน จำ ห น่า ย และขัดข วางไม่ให้ใครเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน โดยไม่ถูกด้วยกฎหมาย.

ท่านรู้หรือไม่ว่าสีของ “ครุฑ” บนหัวโฉนดแต่ละประเภท ซึ่งมีอยู่ 3 สีด้วยกัน คือ ครุฑแดง ครุฑเขียว และครุฑดำ ซึ่งนิยมใช้เป็นชื่อเรียกของเอกสารที่ดินแต่ละประเภท มีความแตกต่างกันดังนี้

ครุฑแดง คือ

“โฉนดที่ดิน (น.ส.4)” ซึ่งเป็นเอกสารแสดงกร รมสิ ทธิ์ที่ชัดเจนที่สุด ซื้อขา ยได้ โอนได้ถูกต้องตามก ฎหม า ย ที่ประชาชนส่วนใหญ่มีครอบครองกัน ส่วนคำว่าโฉนดหลังแ ด ง แตกต่างกับครุฑแ ด ง คือเอกสาร น.ส.4 จะมีการระบุด้านหลังโฉนดว่า ห้า มโอน !! ภายในระยะเวลา 5-10 ปี

‎ครุฑเขียว คือ

“หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ” ประเภท น.ส.3 ก. ย้ำว่า น.ส.3 ก. ซึ่งออกในท้องที่ ที่มีระวางรูป ถ่า ยทางอากาศ

ครุฑดำ คือ

“หนังสือรับรองการทำประโยชน์” ประเภท น.ส.3 และ น.ส.3 ข. สังเกตุง่า ยๆ สองอันนี้จะไม่มีระวางรูปถ่า ย ทางอากาศ

สำหรับเอกสารแสดงการครอบครองที่ดินอื่นๆ ที่ควรทราบ มีดังต่อไปนี้

แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑)

แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) คือใบแจ้งการครอบครองที่ดินเป็นหลักฐานว่าผู้ครอบครองเป็นผู้แจ้งว่า ตนครอบครองที่ดินแปลงใดอยู่ (แต่ปัจจุบันไม่มีการแจ้ง ส.ค.๑ อีกแล้ว) ส.ค.๑ ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิที่ดิน เพราะไม่ใช่หลักฐานที่ทางราชการออกให้เพียงแต่เป็นการแจ้งการครอบครองที่ดินของราษฎรเท่านั้น ดังนั้นตามกฎหมา ย ที่ดินที่มี ส.ค.๑ จึงทำการโอนกันได้เพียงแต่แสดงเจตนาส ล ะ การครอบครองและไม่ยึดถือพร้อมส่งมอบให้ผู้รับโอนไปเท่านั้น ก็ถือว่าเป็นการโอนกันโดยชอบแล้ว ผู้มี ส.ค.๑ มีสิท ธินำมาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ น.ส.๓ ก. หรือ น.ส.๓ ข) ได้ 2 กรณี คือ

กรณีที่ ๑ นำมาเป็นหลักฐานในการขอออกโฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินทั่วประเทศ กรณีนี้ทางราชการจะเป็นผู้ออกให้เป็นท้องที่ไป โดยจะมีการประกาศให้ทราบก่อนล่วงหน้า

กรณีที่ ๒ นำมาเป็นหลักฐานในการขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ น.ส.๓ ก. หรือ น.ส.๓ ข) เฉพาะรา ย คือกรณีที่เจ้าของที่ดินมีความประสงค์จะขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ก็ให้ไปยืนคำขอ ณ สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่เฉพาะการออกโฉนดที่ดินนี้ จะออกได้ในพื้นที่ที่ได้สร้ างระวางแผนที่สำหรับออกโฉนดที่ดินไว้แล้วเท่านั้น

ใบจอง (น.ส. ๒)

ใบจอง คือหนังสือที่ทางราชการออกให้เพื่อเป็นการแสดงความยินยอมให้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินเป็นการชั่ ว ค ราว ซึ่งใบจองนี้จะออกให้แก่ราษฎรที่ทางราชการได้จัดที่ดินให้ทำกินตามประมวลกฎหม า ยที่ดิน ซึ่งทางราชการจะมีประกาศเปิดโอกาสให้จับจองเป็นคราว ๆ ในแต่ละท้องที่และผู้ต้องการจั บ จ องควรคอยฟังข่าวของทางราชการ

ผู้มีใบจองจะต้องเริ่มทำประโยชน์ในที่ดินให้แล้วเสร็จภา ย ใน ๖ เดือนต้องทำประโยชน์ในที่ดินให้แล้วเสร็จภา ย ใน ๓ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับใบจองและจะต้องทำประโยชน์ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ ๗๕ ของที่ดินที่จัดให้ ที่ดินที่มีใบจองนี้จะโอนให้แก่บุคคลอื่นไม่ได้ เว้นแต่จะต กท อ ดทางมร ด ก เมื่อทำประโยชน์ตามเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว ก็มีสิทธินำใบจองนั้นมาขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ น.ส.๓ ก. หรือ น.ส.๓ ข) หรือโฉนดที่ดินได้แต่หนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือโฉนดที่ดินนั้นจะต้องต ก อยู่ในบังคับห้า มโอนตามเงื่อนไขที่ก ฎหม า ยกำหนด

หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ น.ส.๓ ก. และ น.ส.๓ ข)

หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ น.ส.๓ ก. และ น.ส.๓ ข) หม า ยความว่าหนังสือรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าได้ทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว

น.ส. ๓ ออกให้แก่ผู้ครอบครองที่ดินทั่ว ๆ ไป ในพื้นที่ที่ไม่ มี ระวาง มีลักษณะเป็นแผนที่รูปลอ ย ไม่มีการกำหนดตำแหน่งที่ดินแน่นอน หรือออกในท้องที่ที่ไม่มีระวางรูปถ่า ย ทางอากาศ ซึ่งรัฐมนตรียังไม่ได้ประกาศยกเลิกอำน า จหน้าที่ในการปฏิบัติการตามประมวลกฎ หม า ยที่ดินของหัวหน้าเขต นา ยอำเภอ หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ (นา ยอำเภอท้องที่เป็นผู้ออก)
น.ส. ๓ ก. ออกในท้องที่ที่มีระวางรูปถ่า ยทางอากาศ โดยมีการกำหนดตำแหน่งที่ดินในระวางรูปถ่า ยทางอากาศ (นา ยอำเภอท้องที่เป็นผู้ออกให้)
น.ส. ๓ ข. ออกในท้องที่ที่ไม่มีระวางรูปถ่า ยทางอากาศ และรัฐมนตรีได้ประกาศยกเลิกอำ น าจหน้าที่ในการปฏิบัติการตามประมวลกฎห มา ยที่ดินของหัวหน้าเขต นา ยอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอแล้ว (เจ้าพนักงานที่ดิน เป็นผู้ออก)

ใบไต่สวน (น.ส. ๕)

ใบไต่สวน คือ หนังสือแสดงการสอบสวนเพื่อออกโฉนดที่ดินเป็นหนังสือแสดงให้ทราบว่าได้มีการสอบสวนสิทธิในที่ดินแล้ว สามารถจดทะเบียนตามประมวลก ฎห มา ยที่ดินได้ ใบไต่สวนไม่ใช่หนังสือแสดงกร รมสิทธิ์ แต่สามารถจดทะเบียนโอนให้กันได้
ถ้าที่ดินมีใบไต่สวนและมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์แสดงว่าที่ดินนั้นนา ยอำเภอได้รับรองการทำประโยชน์แล้ว เมื่อจดทะเบียนโอนจะต้องจดทะเบียนในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ก่อน แล้วจึงมาจดแจ้งหลังใบไต่สวน แต่ถ้าใบไต่สวนมีแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) หรือไม่มีหลักฐานที่ดินใด ๆ และเป็นที่ดินที่นา ยอำเภอยังไม่รับรองการทำประโยชน์ จะจดทะเบียนโอนกันไม่ได้ เว้นแต่เป็นการจดทะเบียนโอนมรดก

ประโยชน์ของโฉนดที่ดิน

ทำให้ผู้ครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยก ฎห ม า ย ได้มีหนังสือสำคัญแสดงกร ร ม สิ ทธิ์ที่ดินยึดถือไว้เป็นหลักฐาน ทำให้เกิดความมั่นคงในหลักกร ร มสิ ทธิ์แก่ผู้เป็นเจ้าของที่ดินใช้เป็นหลักฐานในการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของตนทั้งต่อรัฐและในระหว่างเอกชนด้วยกันทำให้รู้ตำแหน่งแหล่งที่ตั้ง ตลอดจนขอบเขตและจำนวนเนื้อที่ของที่ดินแต่ละแปลงได้ถูกต้อง ทำให้สามารถป้อ งกั นการบุ ก รุ กขยา ยเขตครอบครองเข้าไปในที่ดินของรัฐ ซึ่งเป็นที่ร ก ร้ างว่างเปล่า ที่สงวนหวงห้าม ที่สาธารณประโยชน์ และที่ดินที่ทางราชการได้กันไว้เป็นเขตป่าไม้
ทำให้สามารถระงับการทะ เ ล าะ วิ ว า ท การโ ต้แ ย้ ง หรือแย่ ง สิ ทธิในที่ดินหรือการรุ กล้ำ แนวเขตที่ดินซึ่งกันและกัน ทำให้ปัจจัยพื้นฐานในการผลิตทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคงและมีผลเป็นการลดต้นทุนการผลิตด้วย ทำให้เกิดความรักและความห่วงแหนที่ดินของตน มีแรงจูงใจที่จะปรับปรุงและพัฒนาที่ดินของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ใช้เป็นหลักฐานแสดงทุนทรัพย์หรือหลักประกันในการขอสินเชื่อ และกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้เป็นทุนในการเพิ่มกำลังการผลิตและรา ยได้เพื่อยกฐานะความเป็นอยู่ให้สูงขึ้น ใช้เป็นหลั ก ทรัพ ย์ในการ ค้ำประกัน บุคคลเข้าทำงาน ประกันตัวผู้ต้อ งห าหรือ จำ เล ยต่อพนักง านส อบ สวน พนักงานอัยการ หรือศา ล ฯลฯ

การตรวจสอบหลักฐานสำหรับที่ดิน สำหรับที่ดินที่เป็นโฉนดกระทำได้โดยสะดวกรวดเร็วเป็นประโยชน์แก่บุคคลที่ประสงค์จะจำหน่าย จ่า ย โอน เนื่องจากการโอนที่ดินที่มีโฉนดที่ดินไม่ต้องประกาศ เว้นแต่มรดก

เอกสารสำคัญทั้งหมดนี้แม้จะแสดงถึงการเป็นผู้มีสิทธิดีกว่าบุคคลอื่นแล้วก็ตาม ถ้าหากท่านปล่อยที่ดินให้เป็นที่ร ก ร้ างว่างเปล่าไม่ทำประโยชน์ในที่ดิน กล่าวคือ ถ้าเป็นที่ดินที่โฉนดที่ดิน ปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 10 ปี และที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ปล่อยทิ้งไว้นานเกิน ๕ ปีติดต่อกัน ที่ดินดังกล่าวจะต้องตกเป็นของรัฐตามก ฎ ห ม า ย หรือถ้าหากปล่อยให้บุคคลอื่นครอบครองโดยสงบเปิดเผย โดยมีเจตนาเอาเป็นเจ้าของโดยท่านไม่เข้าขัดขวาง สำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินเป็นเวลา 10 ปี ติดต่อกันบุคคลที่เข้าครอบครองนั้นก็จะมีสิทธิไปดำเนินคดีทางศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวได้กร ร มสิทธิ์ในที่ดินนั้นโดยการครอบครองได้ และที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ น.ส.๓ ก. น.ส.๓ ข) ใช้เวลาแย่งการครอบครองเพียง 1 ปีเท่านั้น ท่านก็จะเสี ยสิ ทธิ ดังนั้นเมื่อที่ดินของท่านมีเอกสารสำคัญดังกล่าวอยู่แล้ว ก็ควรทำประโยชน์และดูแลรักษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่ดินก็จะเป็นของท่าน และเป็นมรดกที่มีค่าให้แก่ทา ย า ท ของท่านสืบต่อไป