หลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อม รุดเข้าช่วยและให้กำลังใจ หนูน้อย ม.2 ทำงานเลี้ยง 6 ชีวิต

0
200

หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม นครปฐม รุดนำเครื่องใช้ และเงินทุน ช่วยครอบครับน้องบีม วัย 14 ปี เด็กยอดกตัญญูที่ต้องทำงานเลี้ยงคนในครอบครับ รวม 6 ชีวิต พร้อมสอนเตือนใจให้รักษาความกตัญญูเป็นกุญแจนำพาชีวิตให้อยู่รอด โดยอยากให้เยาวชนเอาเป็นแบบอย่าง ขณะศิษย์เตรียมหาเงินช่วยเบี้ยเลี้ยงรายเดือน ตอบแทนความดีให้หนุ่มน้อหัวใจเพชรรายนี้

วันนี้ 19 เม.ย. 62 พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พร้อมด้วย นายสมชาติ สาลีพัฒนา หรือเฮียเงี๊ยบ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายเงิ๊ยบ ชื่อดังย่าน พุทธมณฑลสาย 4 และบางขุนนนท์ ได้เดินทางไปยังที่บ้านเลขที่ 131 ม.1 ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อไปพบกับ ด.ช.ปิยวัฒน์ กิ่งแก้ว หรือน้องบีม อายุ 14 ปี และนางระเบียบ กิ่งแก้ว อายุ 74 ปี ผู้เป็นย่า หลังทราบเรื่องราว ที่น้องบีม ต้องทำงานช่วงปิดเทอมเพื่อหาเลี้ยงคนในครอบครัว รวม 6 ชีวิต โดยหนึ่งในนั้นคือ นายวิจินต์ กิ่งแก้ว อายุ 42 ปี บิดา ซึ่งนอนติดเตียงร่างกายไม่สามารถขยับได้ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อเดือน สิงหาคม 61 ที่ผ่านมา

โดยเมื่อหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัด ไผ่ล้อม ได้นำ ข้าวสาร จำนวน 100 กิโลกรัม น้ำดื่ม เตียงลม ที่ต้องใช้ให้กับผู้ป่วยติดเตียงเพื่อป้องกันแผลกดทับ ไม้เท้าค้ำยันสำหรับผู้สูงอายุ เงินสำรองสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน สำหรับซื้อกับข้าวไว้ทำอาหาร และขนมสำหรับเด็ก มามอบให้กับครอบครับของน้องบีม หลังจากทราบว่า น้องบีมจะต้องมีการทำงานทุกวันเพื่อนำเงินทำซื้อกับข้าวให้กับคนในบ้านรวม 6 คนประกอบด้วย ปู่ ย่า น้องสาว หลานสาว ตัวเอง รวมถึงบิดาที่ต้องมีการใช้อุปกรณ์ต่างๆในการดูแลชีวิตบนเตียง ซึ่งเมื่อ นายสมชาติ สาลีพัฒนา ศิษยานุศิษย์ ได้รับฟังเรื่องราว ได้ร่วมมอบเงินทุนให้กับน้องบีม เบื้องต้น 5 พันบาทและอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมจะหาทุนสนับสนุนทางด้านการศึกษาให้ต่อไปในอนาคตด้วย

ด.ช.ปิยวัฒน์ กิ่งแก้ว หรือน้องบีม อายุ 14 ปี บอกว่าเรื่องราวที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นเรื่องจริงที่ตนเองต้องทำงานเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว โดยต้องขี่รถจักรยานยนต์ไปทำงานไปกลับวันละราว 20 กิโลเมตร ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องที่หนักที่สุดและ การทำงานก็ต้องทำเพื่อช่วยทุกคนในครอบครัวให้รอดพ้นวิกฤติไปให้ได้ และตั้งแต่เป็นข่าวไป ก็เริ่มมีคนสนใจเข้ามาให้ความช่วยเหลือกันบ้าง มีหลายคนมาให้กำลังใจเพื่อต่อสู้ชีวิตต่อไป และขอยืนยันจะทำงานต่อไปเพื่อรอปาฏิหาริย์ ให้พ่อกลับมาเดินได้อีกครั้ง

ขณะที่ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้ให้กำลังใจและสติในการดำเนินชีวิต ตามหลักที่เคยได้สอนลูกศิษย์ ทุกคนที่เข้ามาปรึกษาแนวทางการดำเนินชีวิต นั่นคือ ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน รู้บุญคุณคน เป็นที่ตั้งสำหรับการประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งน้องบีม ได้น้อมรับจะนำไปปฏิบัติเพื่อใช้ในการทำงานและศึกษาต่อในชั้นระดับมัธมยมศึกษาปีที่ 3 ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม กล่าวว่า เพิ่งทราบเรื่องราวของน้องบีม จากศิษยานุศิษย์ จึงได้เข้ามาเพื่อให้กำลังใจและนำสิ่งของที่จำเป็นมามอบให้ไว้ในเบื้องต้น ซึ่งจากเรื่องราวพบว่า น้องบีมเป็นเด็กที่ตรงกับสิ่งที่ได้สอนลูกศิษย์ไว้ง่ายๆ คือคนที่จะประสบความสำเร็จ ได้ต้องมีความขยัน ซื่อสัตย์ อดทน และรู้บุญคุณคน ซึ่งตรงนี้โยมทำได้เป็นเด็กเยาวชนที่น่าชื่นชมและขอให้เยาวชนอื่นเอามาเป็นแบบอย่าง และต้องชื่นชมนายจ้างที่รับน้องบีมเข้าทำงานโดยให้เงินเท่ากับก่อนที่พ่อจะมาประสบอุบัติเหตุถือว่าประเสริฐ

“อาตมาเข้าใจเรื่องนี้ดีเพราะชีวิตในวัยเด็กก็เป็นแบบนี้มาก่อน ต้องต่อสู้เพื่อให้ชีวิตอยู่รอด ซึ่งเมื่อสอบถามไปก็พบว่าน้องบีมเป็นเด็กที่มีความกตัญญูสูงมาก น่าชื่นชม ซึ่งขอให้แนวทางว่าหากยึดถือความดีได้ตลอดไปก็จะเป็นเกราะในการพาชีวิตให้อยู่รอดและประสบความสำเร็จได้แน่นอน และเห็นว่าหลังทำงานแล้วก็จะกลับมาทำกับข้าวให้คนในบ้านกิน ถือว่าดีมากๆ หากยังดีต่อไปก็จะบอกบุญให้มาเจอคนดีๆให้มาช่วยตลอดไปไม่ทิ้งกัน” หลวงพี่น้ำในกล่าวปิดท้าย

ด้าน นายสมชาติ สาลีพัฒนา เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ บอกว่า หลังจากได้มาพบกับน้องบีม เห็นว่าเป็นเด็กที่ดีมาก อายุแค่ 14 ปี แต่ก็สามารถออกจากบ้านไปทำงานเลี้ยง คนทั้งบ้านได้แม้จะเป็นช่วงปิดเทอม ที่เด็กคนอื่นๆ จะไปเที่ยวเล่นกันแต่น้องบีม นั้นต้องทำงานทุกวันตั้งแต่เช้า เพื่อช่วยครอบครัว นี่คือแบบอย่างที่ดีของความกตัญญู ซึ่งเมื่อรู้ว่าน้องบีมนั้นห่วงว่าเปิดเทอมจะติดเรียนทำงานไม่ได้ทุกวัน และกลัวว่าจะหาค่าใช้จ่ายมาดูแลคนในครอบครัวหรือกลัวเงินเก็บใจช่วงปิดเทอมจะหมดไป ตนเองก็พร้อมจะสนับสนุนให้เงินเบี้ยเลี้ยงเพื่อจะใช้ต่อไป โดยจะประสานกับคณะครูอาจารย์ของน้องบีม ทราบว่าเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดบางพระ ใกล้บ้านพัก เพื่อมอบให้มีการเข้าระบบต่อไป ซึ่งหากเขายังทำตัวดี ก็พร้อมจะสนับสนุนต่อไปด้วย

ทั้งนี้หลังจากมีการเผยแพร่เรื่องราวความกตัญญูของน้องบีม ออกไปได้มีกลุ่มประชาชนที่มีจิตใจกุศล ได้พยายามติดต่อเพื่อขอเข้าไปให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจกับความกตัญญูของน้องบีม โดยผู้ที่มีจิตกุศลสามารถบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือน้องบีมได้ที่ หมายเลข โทรศัพท์ 061-5482423

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here