Home Blog

สังเกต ไหมว่า ทำไม คน กตัญญู มักมีสิ่ง มอง ไม่เห็น คอย ช่วยเหลือ

0

สังเกตไหมว่า ทำไมคนกตัญญูมักได้ดี
ความกตัญญูนั้นเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่แต่เฉพาะกับพ่อ แม่ แต่ยังหมายถึงการตอบแทนบุญคุณทุกคนที่เคยช่วยเหลือเรา แต่จะต้องตามกำลังและสมเหตุสมผล เราเองก็คงจะให้ทุกอย่างแก่ใครไปหมดคงไม่ได้ ความพอดีจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด หันกลับมาที่ พ่อ แม่ เป็นผู้มีพระคุณล้นฟ้ามากจะตอบแทนเท่าไหร่ก็ไม่หมด แต่ก็ต้องกตัญญูแก่ท่านเท่าที่ความเป็นลูกจะตอบแทนได้ ดูแลท่านให้เหมือนกับท่านเคยดูแลเรามา…

คนที่กตัญญูมักได้ดี…

การมีความกตัญญูนั้นเป็นผลบุญอย่างมาก ทำแล้วจะส่งผลให้ชีวิตพบเจอแต่สิ่งดีๆ ดึงดูดความร่ำรวย ความเจริญก้าวหน้า ทำให้ชีวิตมีความสุข มีความสำเร็จในชีวิต ยิ่งกตัญญูมากเท่าไหร่ยิ่งมีพลังดึงดูดความรวยเข้ามาเรื่อย ๆ ตามความเป็นจริงแล้วพ่อ แม่ ก็แก่ขึ้นทุกวันแล้ว หน้าที่ของลูกก็ควรจะดูแลท่าน พ่อกับแม่นั้นคือ ผู้ที่รักเรามากที่สุด เป็นคนที่คอยเป็นห่วงเราตลอดเวลา เป็นรักแท้แบบที่ไม่มีข้อแม้อะไรเลย พร้อมที่จะให้เราทุกอย่างก็คือท่านทั้งสอง

พรที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ก็คือ พรจากพ่อกับแม่ ความกตัญญู เลี้ยงดูพ่อแม่ จะเป็นพรที่นำพาให้ชีวิตเจอแต่สิ่งดีงาม ทำอะไรก็ดี และพรที่มาจากพ่อ กับแม่นั้นย่อมมาจากใจบริสุทธิ์ และผลบุญที่ดูแลพ่อแม่และผู้ที่มีพระคุณนั้นจะส่งผลทั้งชาตินี้ และ ชาติหน้าเลยด้วย

คนที่กตัญญูมักได้ดี

หากจะมองตามความเป็นจริงแล้ว ก็ใช่ว่าจะมีเทวดาอะไรอะไรมาคุ้มกัน แต่ว่าคนที่มีความกตัญญูนั้นมักจะมีจากการมีจิตใจที่ดี กระทำความดีมาโดยตลอด ยึดมั่นในความถูกต้อง จึงไม่แปลกอะไรที่จะมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตอยู่ตลอด

ทั้งเรื่องหน้าที่การงาน เรื่องเงิน มิตรภาพ และอื่น ๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น นิสัยของคนแบบนี้ปกติก็คิดดี ทำดี พูดดีอยู่แล้ว ในที่ทำงานก็ทำให้เจ้านายเอ็นดูได้ ทำงานเก่ง ซื่อสัตย์เงินเดือนก็ขึ้น รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

อยากจะตอบแทนบุญคุณพ่อ แม่ ก็จงทำให้เต็มที่ เพราะว่าต่อให้นำพ่อและแม่มาประดิษฐานบนบ่า ซ้ายและบ่าขวาปรนนิบัติท่านทั้งสองอยู่บนบ่าของตนให้มีความสุขเต็มเปี่ยมในทางโลกที่ท่านพอใจ แต่การปรนนิบัติมารดา บิดาขนาดนั้นก็เป็นความกตัญญูแบบธรรมดา ๆ เท่านั้น

แต่ถ้าหากตั้งใจดูแลท่านให้ดีที่สุดแล้วยังนำพาไปสู่เส้นทางธรรมด้วยการนำท่านให้สมาทานประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา หรือ ทาน ศีล ภาวนา จนทำให้พ่อแม่มีธรรมกำกับชีวิต ลูกคนไหนทำได้ก็จะเป็นที่สุดแห่งความกตัญญู ทำแล้วจะยิ่งเจริญ ๆ มากยิ่งขึ้นไปอีก

การใช้ชีวิตในวัย 50 กว่า ให้มีความสุขอย่างเฟี้ยวๆ

0

เป็นสาวอายุ 50+ แต่ก็ยังมีความสุข สำหรับเจ่เจ๊ก้อย เจ้าของเพจ เจ่เจ๊ก้อย 50ก็เฟี๊ยวได้ ที่ล่าสุดได้ออกมาโพสต์แชร์ข้อคิดในการใช้ชีวิตให้มีความสุข แบบเฟี้ยวๆ เพราะเจ้าตัวดูแลตัวเองให้เป็นเหมือนสาววัยรุ่นอยู่ตลอด เห็นแล้วแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าจะอายุ 50 กว่าแล้ว ซึ่งจากโพสต์นั้นได้ระบุว่า

สวัสดีค่า เจ่เจ๊ก้อยนะคะ วันนี้อยากมาแชร์ไอเดีย ข้อคิดในการใช้ชีวิตในวัย50+ ในแบบของเจ่เจ๊เองนี่แหละค่ะ ก่อนไปเรามาทักทายกันซะหน่อยเนอะ ข้อคิดการใข้ชีวิตวัย 50+ อย่างเฟี๊ยวๆให้มีความสุข

1.ยิ้มในทุกวัน หัวเราะด้วยยิ่งดี

2.มองแต่เรื่องดีๆของคนอื่น มองข้ามเรื่องไม่ดีของคนอื่น

3.ไม่ต้องมีกรอบมีกฎเกณฑ์กับตัวเองในทุกเรื่อง

4.ไม่ต้องเก่งทุกเรื่อง ไม่เก่งบ้างก็ได้

5.ไม่ต้องพูดทุกอย่างที่คิด

6.ไม่ต้องฟังทุกเรื่อง

7.ไม่ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับใคร

8 ไม่เอาคำพูดคนอื่นมาพิพากษาตัวเอง

9.ไม่ดูถูกตัวเอง ทุกคนมีคุณค่าในตัวเองที่แตกต่างกันไป มองหาคุณค่าของตัวเองให้เจอแล้วชื่นชมและภูมิใจในตัวเอง

10.เมื่อเจอปัญหาให้หายใจเข้าออกลึกๆ 3 ครั้งแล้วค่อยคิดต่อ

11.ไม่ต้องตามใจทุกคนหัดปฎิเสธในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบบ้างไม่ต้องฝืน

12.ไม่ต้องบ้าสมบัติ เสียสละแบ่งปันให้ผู้อื่นบ้าง

13.หมั่นสวดมนต์ ทำสมาธิ ทำทุกวันได้ยิ่งดี

14.ฟังธรรมะบ้าง

15.เข้าวัดทำบุญบ้างตามแต่โอกาส

16.รักษาศีล5 ทำได้ทุกวันเป็นเรื่องที่ดี

17.เรื่องการสูญเสียเป็นสัจจธรรมของชีวิต ปล่อยวางให้เป็นไปตามธรรมชาติ

18.ทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมบ้างเมื่อมีโอกาส

19.เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

20.หลีกเลี่ยงการกินชานมไข่มุกเปลี่ยนเป็นน้ำเต้าหู้แทน

21.กินผักผลไม้เยอะๆ

22.ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะน้ำเป็นหัวใจสำคัญทั้งสุขภาพและผิวพรรณ

23.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

24.ทาครีมบำรุงทุกวันถูกหรือแพงไม่สำคัญเอาให้เหมาะกับเรา

25.ลุกขึ้นมาแต่งหน้าสวยๆแล้วชื่นชมตัวเอง

26.ผมทรงเดิมๆที่ทำมาหลายปี ลองเปลี่ยนทรงบ้างจะมีชีวิตชีวาขึ้น

27.กล้าลองใส่เสื้อผ้าแบบใหม่ๆที่ไม่เคยใส่ ไม่ต้องแคร์ใคร

28.ไปดูคอนเสริต์ศิลปินที่เคยชอบเพื่อระลึกความหลังให้หัวใจชุ่มชื้น

29.มีเพื่อนรักที่เข้าใจกันจำนวนน้อยๆก็พอ

30.หาเวลาเจอกับเพื่อนเก่าๆบ่อยๆได้คุยได้หัวเราะเรื่องความสนุกในความทรงจำเก่าๆ

31.ไม่ต้องกลัวเทคโนโลยีใหม่ๆ

32.ฝึกทักษะเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ต้องขีดกรอบให้ตัวเองก่อนว่า แก่แล้วทำไม่ได้ ทำบ่อยๆ มันจะได้ไปเอง

33.อยากทำอะไรทำ อยากเรียนรู้อะไรเรียน Google มีคำตอบให้ทุกเรื่อง

34.หาเวลาไปท่องเที่ยวพักผ่อน ก่อนที่จะไปไม่ไหว

35.อย่าอยู้ใกล้กับคนคิดลบ ทำให้เราติดความคิดลบๆมา เป็นไปได้เลิกคบไปเลย

36.เลือกคบเลือกคุยกับคนที่มองโลกบวก จะทำให้เราได้รับแต่พลังงานดีๆ

37.เสพข่าวสารแต่เรื่องดีๆ เรื่องแย่ๆ ไม่ต้องอ่านให้ผ่านไป

38.ดูคลิปตลกๆ ไร้สาระ ความน่ารักของหมาๆ แมวๆบ่อยๆ ทำให้เรายิ้มหัวเราะมีความสุข

39.ไม่ต้องตำหนิตัวเอง จงจำไว้ Nobody Perfect

40.หลงรักตัวเองที่เป็นคนอายุ50+ ที่มีความสุขที่สุดในแบบที่ตัวเองเป็น

~เจ่เจ๊ก้อย~
นอกจากการดูแลตัวเองให้ดีแล้ว การแต่งตัวก็ยังทำให้เรามีความสุขได้เหมือนกันที่สำคัญอย่าลืมมองโลกในทางบวก กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และมีความสุขกับการใช้ชีวิตในทุกๆวันนะคะ

ขอขอบคุณที่มาจาก : เจ๊ก้อย 50ก็เฟี๊ยวได้

อานิสงส์ผลบุญ ของการดูแลพ่อแม่ 12 ประการ ที่ลูกกตัญญูจะได้รับ

0

อานิส งส์ผลบุญของการดูแลพ่อแม่ 12 ประการ ที่ลูกกตัญญูจะได้รับ การตอบแทนคุณพ่อแม่ ตามหลักมงคล ที่ 11 บำรุงบิดามารดา สามารถแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ

1 เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็ช่วยเหลือกิจการงานของท่าน เลี้ยงดูท่านตอบเมื่อยามท่านชร า ดูแลปรนนิบัติการกินอยู่ของท่านให้สะดวกสบายและเอาใจใส่ช่วยเหลือเมื่อท่านเจ็ บป่ วย
2 เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็จัดพิธีศ พให้ท่าน และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่านอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าเราจะตอบแทนพระคุณท่านถึงเพียงนี้แล้ว ยังนับว่าเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับพระคุณอันยิ่งใหญ่ที่ท่านมีต่อเรา ผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีต้องการจะสนองพระคุณท่านให้ได้ทั้งหมด พึงกระทำดังนี้

– ถ้าท่านยังไม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก็พยายามชักนำให้ท่านตั้งอยู่ในศรัทธาให้ได้
– ถ้าท่านยังไม่ถึงพร้อมด้วยการให้ทาน ก็พยายามชักนำให้ท่านยินดีในการบริจาคทานให้ได้
– ถ้าท่านยังไม่มีศีล ก็พยายามชักนำให้ท่านรักษาศีลให้ได้
– ถ้าท่านยังไม่ทำสมาธิภาวนา ก็พยายามชักนำให้ท่านทำสมาธิภาวนาให้ได้

เพราะว่าการตั้งอยู่ในศรัทธา การให้ทาน การรักษาศีล การทำสมาธิภาวนาเป็นประโยชน์โดยตรงและเป็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่แ ก่ตัวบิดามารดาผู้ปฏิบัติเองทั้งในภพนี้ภพหน้า และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งคือเป็นหนทางไปสู่นิพพาน

อานิสงส์ของการดูแลพ่อแม่ และผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูเรามา มี 12 ประการ ดังนี้

1 ทำให้มีความอดทน
2 ทำให้เป็นคนมีสติรอบคอบ
3 ทำให้เป็นคนมีเห ตุผล
4 ทำให้พ้นทุกข์พ้นภั ยได้

5 ทำให้ได้ลาภโดยง่าย
6 ทำให้แคล้วคลาดภั ยในยามคับขั น
7 ทำให้เทวดาลงมาพิทักษ์รักษาผู้ที่ทำ
8 ทำให้ได้รับการยกย่องสรรเสริญ

9 ทำให้มีความเจริญก้าวหน้า
10 ถ้ามีลูกก็จะได้ลูกที่ดี
11 ทำให้มีความสุข
12 ทำให้เป็นตัวอย่างอันดีแก่อนุชนรุ่นหลัง

“เพราะการปรนนิบัติในมารดาบิดานั้นแล บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญเขาในโลกนี้นี่เอง เขาละไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์”

ที่มา amarinbabyandkids

อยากมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง ขอให้คุณทำตามนี้…

0

การขอขมาเทวดาประจำตัว ทำแล้วชีวิตเจริญรุ่งเรือง เรื่องราวของความเชื่อที่มีมาอย่างยาว นาน เป็นสิ่งที่หลายคนทำและสืบทอดต่อกันม า รุ่นสู่รุ่น เป็นวิธีการแก้สะเดาะเคราะห์ทำตามวิธีของคนเฒ่าคนโบราณ เพราะจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยเสริมโชคลาภ

ดวงชะตาชีวิตให้มีแต่ความเจริญ ความมั่งคั่ง ดวงจากที่ไม่ดี ก็จะกลับกลายเป็นดี ดวงจากที่ดี อยู่แล้วก็จะดียิ่งๆขึ้นไปการเริ่มทำบุญ ตั้งแต่ต้นปีก็จะเป็นการเพิ่มดวง เสริมสง่าราศีให้ชีวิตมีความสุข การบูชาเทวดาประจำของเรา เชื่อกันว่าถ้าทำถูกวิธีรับรองว่า มีแต่จะรุ่งเรือง

วิธีขอขมาเทวดาประจำตัว ตั้งนะโม 3 จบ

“อิติสุขะคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พรหมะเทวา อินทะเทวา อังคะเทวา อาคันตุกะเทวะตา รุกขะเทวาพา ลี ชัยยะมังคะลา อาจาริยัง อาจาริยะเทวา มุณีสิทธิ

“มา ตา ปิ ตุ โร อะ โ ร ค ะ เย นะ สุข เข นะ จะ ขะ มา มิ หัง สาธุ สาธุ สาธุ”

ด้วยอานุภาพของพระพุทธเจ้า ด้วยอานุภาพของพระธรรม ด้วยอานุภาพของพระสงฆ์ ด้วยอานุภาพของพระรัตนตรัยทั้ง ๓ ประการนี้ ขอจงดลบันดาลให้บุญที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญมาแล้ว

ตั้งแต่อดีต ชาติจนถึงปัจจุบันชาตินี้ ข้าพเจ้าขออุทิศบุญนี้ให้แก่เทวดา ที่รักษาตัวของข้าพเจ้า ให้แก่เทวดา ที่รักษาบ้านเรือน

ที่อยู่อาศัยของข้าพเจ้า ให้แก่เทวดาที่รักษากิจการค้าขายของข้าพเจ้า ถ้าท่านตกทุ ก ข์ขอให้พ้นจากทุ ก ข์ ถ้าท่านมีสุข

ขอให้มีความสุขยิ่งๆขึ้นไป จงมีแต่ความสุข ความเจริญ มีอาหารอันดี มีอาภรณ์อันเลิศ ขอให้ท่านจงมี ภพมีภูมิที่สูงขึ้น และเจริญยิ่งๆขึ้นไป เมื่อได้รับผลบุญขอข้าพเจ้าแล้ว ขอจงให้ซึ่งอโหสิ ก ร ร ม แก่ข้าพเจ้า และขอจงอนุโมทนาบุญกับข้าพเจ้า

เมื่อท่านอนุโมทนาบุญกับข้าพเจ้าแล้ว ขอจงดลบันดาลให้ข้าพเจ้า จงมีแต่ความสุขความเจริญ รุ่งเรืองและแคล้วคลาด ปลอด ภั ย จาก อั น ต ร า ย ทั้งหลาย จงมีความสำเร็จ ในหน้าที่การงาน การเงิน การติดต่อ การค้าขาย ขอให้ชนะ ศั ต รู ก ลุ่ ม ม า ร ทั้งหลาย ขอให้เป็นที่รัก ของมนุษย์ทั้งหลาย และขอให้ข้าพเจ้าจงมีแต่โชคลาภอยู่เสมอ และขอจง

อนุโมทนาบุญกับข้าพเจ้า เมื่อท่านอนุโมทนาบุญกับข้าพเจ้าแล้ว ขอจงดลบันดาลให้ข้าพเจ้า จงมีแต่ความสุขความ เจริญ รุ่งเรืองและแคล้วคลาดปลอด ภั ย จาก อัน ต ราย ทั้งหลาย จงมีความสำเร็จ ในหน้าที่การงาน การเงิน การติดต่อ การค้าขาย ขอให้ชนะศั ต รู กลุ่ม ม า ร ทั้งหลาย ขอให้เป็นที่รัก ของมนุษย์ทั้งหลาย และขอให้ข้าพเจ้าจงมี แต่โชคลาภอยู่เสมอ และสำเร็จดังที่ปรารถนาโดยเร็วพลันเทอญ อย่าลืมหมั่นทำบุญสร้างกุศลให้กับตัวเอง

การถวายสังฆทาน เสริมดวงชะตาชีวิต กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร และที่สำคัญนั้น ทำจิตใจให้ใสสะอาด และหมั่นทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และอุทิศผลบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วเพื่อจะส่งผลให้แก่ตนเอง และเป็นผลดีติดตัวเราไปตลอด

สวดมนต์สั้นๆ ก่อนนอน หนุนชีวิต ชักนำโชคลาภ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง

0

สำหรับใครที่ต้องการนอนหลับสบายฝันดี บทสวดมนต์ก่อนนอน แบบสั้น พร้อมคำแปล ที่เรานำมาฝากนี้ตอบโจทย์ทีเดียวค่ะ เชื่อว่าชาวพุทธหลายคนอยากสวดมนต์ทำสมาธิก่อนนอน แต่ภาระหน้าที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยและง่วงเกินกว่าจะทำได้ ขอแค่คุณแบ่งเวลาวันละ 5 นาที

แล้วว่าตามบทสวดมนต์ก่อนนอนด้านล่างนี้ หรือหากใครไม่เคยสวดก็สามารถเปิดคลิปสวดตามได้เลย รับรองว่าทำได้ไม่ยากแน่นอนค่ะ นอกจากใจของคุณจะผ่อนคลาย นอนหลับง่ายขึ้นแล้ว การสวดด้วยใจสบายเป็นกุศลยังช่วยเสริมดวงให้ชีวิตของเราค่อยๆ ดีขึ้นอีกด้วย

สวดมนต์ก่อนนอนแบบสั้น1
*อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ 1 ครั้ง)

*สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ 1 ครั้ง)

*สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ 1 ครั้ง)

*พุทธะบูชา มะหาเตชะวันโต – ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธ ขอให้ข้าพเจ้ามีเดชเดชะ – ธัมมะบูชา มะหาปัญญะวันโต – ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม ขอให้ข้าพเจ้ามีปัญญาอันยิ่งใหญ่

*สังฆะบูชา มะหาโภคะวะโห – ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์ ขอให้ข้าพเจ้าอุดมด้วยอริยสมบัติ – ติโลกะนาถัง ระตะนัตตะยัง อะภิปูชะย ามิ – ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งของโลกทั้งสาม (31 ภพภูมิ)

สวดมนต์ก่อนนอนแบบสั้น1
*อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ 1 ครั้ง)

*สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ 1 ครั้ง)

*สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ 1 ครั้ง)

*พุทธะบูชา มะหาเตชะวันโต – ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธ ขอให้ข้าพเจ้ามีเดชเดชะ – ธัมมะบูชา มะหาปัญญะวันโต – ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม ขอให้ข้าพเจ้ามีปัญญาอันยิ่งใหญ่

*สังฆะบูชา มะหาโภคะวะโห – ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์ ขอให้ข้าพเจ้าอุดมด้วยอริยสมบัติ – ติโลกะนาถัง ระตะนัตตะยัง อะภิปูชะย ามิ – ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งของโลกทั้งสาม (31 ภพภูมิ)

*วันทามิเจติยัง สัพพัง สัพพัฏฐาเน สุปติฏฐิตัง สารีริกะธาตุ

*ขอบูชากราบไหว้พระสถูปซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกะธาตุตามที่ต่าง – มะหาโพธิง ชินะโยจะ พุทธะรูปัง สะกะลังสะทา – ขอบูชากราบไหว้พระพุทธรูปทุกพระองค์และต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้

สวดมนต์ก่อนนอนแบบสั้น2
บทสวดสั้นง่ายต่อการจดจำหมั่นสวดทุกวันดีต่อใจพระรั กษ าและเทวดาคุ้มครอง สาธุ

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง

*อะหัง สุขิโต โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้มีความสุขเถิด

*อะหัง นิททุกโข โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์

*อะหัง อะเวโร โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีเวร

*อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความพยาบาทเบียดเบียน

*อะหัง อะนีโฆ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ

*สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิฯ
ขอให้ข้าพเจ้า จงมีความสุขกายสุขใจ รั กษ าตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญฯ

คำแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิດ แก่ เจ็ບ ตา ย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุข เถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพญาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุข เถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุข เถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ จงมีความสุขกาย สุขใจรักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นนี้เทอญฯ
ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม ขอให้ท่านสวดบทสวดมนต์นี้ทุก เช้า

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเพื่อความรุ่งเรื่อง มีสติและสมาธิต่อหน้าที่การงานและการใช้ชีวิตขอให้ท่านแชร์บทสวนมนต์นี้ให้ผู้อื่นเห็นเป็นบุญกุศลยิ่งนัก สาธุ

อานิสงค์จากการสวดมนต์ครั้งนี้
– เกิดบุญจากการแผ่เมตตา เมื่อสวดมนต์เสร็จสิ้น มีการแผ่เมตตาแก่ตนเองและเหล่าสรรพสัตว์ย่อมเกิดอานิสงส์บุญเกิດขึ้น

– ได้รับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนที่สวดมนต์เป็นประจำนั้นย่อมได้รับการอวยพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ เพราะเป็นผู้สร้างกssมดีจากการสวดมนต์และแผ่เมตตา

– สร้างสิริมงคลต่อตนเอง และครอบครัว ปัดเป่าภัยพิภัย โรคร้ายได้จริง ทุกบทสวดมนต์นั้นมาจากอักขระที่ศักดิ์สิทธิ์ มีอำนาจดลบันดาลให้สิ่งอัปมงคลนั้นออกไปจากชีวิต และสร้างสิริมงคลให้กับคนที่สวด ยิ่งสวดมากก็จะมีสิริมงคลมากขึ้น ทำอะไรก็สำเร็จโดยง่าย

– สวดมนต์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเป็นบุญที่ได้กล่าวคำศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ บทสวดพุทธมนต์นั้น มาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้าที่ได้ทรงสอนสั่งสาวกและมีการจำและท่องสืบกันมา จนถึงมีการจดบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ผู้ที่ได้มีโอกาสสวดมนต์ในชีวิต เป็นการเปล่งคำศักดิ์สิทธิ์ถวายเป็นพุทธเจ้า เป็นการบูชาพระพุทธเจ้าและย่อมได้บุญกุศล

– เกิดผลดีต่อร่า งกาย คนที่สวดมนต์เป็นประจำนั้น ทางการแพทย์สมัยใหม่รับรองแล้วว่า การสวดมนต์ทำให้เกิดความสุขได้จริงในจิตใจ ส่งผลต่อร่ า งกายให้หลั่งสารความสุขออกมาร่างกายก็จะแข็งแรง ใบหน้าสดใส ครูบาอาจารย์ในสมัยโบราณถึงปัจจุบันทราบถึงแนะนำลับสำคัญ ให้สังเกตว่าท่านจะมีอายุยืนมาก และบรรพบุรุษของเรานั้น ท่านสวดมนต์เป็นประจำอายุท่านจึงยืนย าว ไม่เหมือนคนในปัจจุบันที่ห่างเหินการสวดมนต์มาก อายุจึงสั้น

– เป็นที่โปรดโปรนของเหล่าเทพเทวดาและดวงจิตวิญญาณทั้งปวง แม้ผู้ใดไม่ว่าจะเป็นพรหมเทพเทวดา สรรพสัตว์ทั้งหลายดวงจิตวิญญาณทั้งหลาย เมื่อได้ยินบทสวดนั้นจะพบกับความเย็นสบาย คลายทุกข์ ทำให้นิยมชมชอบคนที่สวดด้วย และเมื่อยินก็จะช่วยปกป้องรักษาคนที่สวด

– สามารถแผ่บุญไปช่วยผู้อื่นที่เดือดร้อนได้ บทสวดมนต์ทุกบทนั้น สมารถแผ่บุญกุศลไปช่วยผู้อื่นที่เดือดร้อนได้ทุกเรื่อง ยิ่งเป็นสายเลือดเดียวกันจะยิ่งเร็วขึ้น เพราะมีทั้งบุญและกรรมผูกพันกันมา อานิสงส์ที่ดังที่กล่าวมาข้างต้นคงพอจะทำให้ทุกท่านเข้าใจเรื่อง อานิสงส์ หรือ ประโยชน์ที่จะรับจากการสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ ตลอดจนการแผ่เมตตาเป็นอย่างดีแล้วอย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงประโยชน์เบื้องต้นเท่านั้นความจริงแล้วมีอานิสงส์ที่จะได้รับทางอ้อมทางลึกอีกมากมายกว่านี้นักแต่เป็น

ปัจจัตตัง หรือรู้ได้เฉพาะตัวของแต่ละคนไป โปรดจำไว้เสมอว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นต้องปฏิบัติเองถึงจะได้

– เป็นพื้นฐานไปสู่การก่อนปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานชั้นสูงต่อไป เมื่อทุกท่านทราบถึงการที่จะต้องทำอย่างไรก่อนถึงจะเริ่มต้นการสวดมนต์ ที่ครบถ้วนทุกประการแล้ว ต่อไปนี้จะขอนำทุกท่านพบกับวิธีการสวดให้ชีวิตดี สวดให้สุข สวดให้รวย กันในลำดับต่อไป

บทสวดมนต์ก่อนนอนเป็นบทสวดที่ก่อให้เกิดอานิสงค์กับผู้ที่สวด ทำให้จิตใจสงบ นอนหลับง่าย ตื่นมาสดชื่นเบิกบาน ดังนั้นการสวดมนต์ก่อนนอนทุก คืนเป็นประจำเป็นเรื่องที่พุทธศาสนิกชนควรยึดถือปฏิบัติ

สังฆทาน 9 ชนิด ที่ถวายแล้วใช้ประโยชน์ได้จริง มีอานิสงส์มาก

0

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่วันนี้เรานั้นเอามาแนะนำค่ะ สำหรับความเชื่อว่าการถวาย “สังฆทาu” เป็นสิ่งที่ดีทำแล้วได้บุญมาก แต่ทุกท่านทsาบหรือไม่ว่า ของที่อยู่ในสังฆทานนั้น บางทีพระสงฆ์ไม่ได้ใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน แต่มีสิ่งของจำเป็นอีกมากที่ท่านมีความจำเป็นต้องใช้จริง แต่กลับไม่ใครถวาย ทำให้ตกเป็นภาระของพระสงฆ์ที่จะต้องควักตังค์ซื้อเอง

1. หนังสือธรรมะ สาsคดี นิตยสาร หรือที่ให้ความรู้ด้าuอื่น

เนื่องจากพระสงฆ์ มีหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสuา จึงจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ที่แตกฉาน ทั้งทางธssม และรู้ทันข่าวสารบ้านเมือง เพื่อจะได้สาธิตยกตัวอย่างให้ช า วบ้านเข้าใจได้แจ่มแจ้ง การถวายหนังสือเหล่านี้ จึงถือเป็นต้นทุนแห่งธssมทาน ให้พระท่านได้นำไปต่อยอด กระจ า ยสู่ผู้คนได้อีกมาก ทั้งยังถือเป็นการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง แถมได้ผลตอบแทนสูง น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง

2. เครื่องเขียu สมุด ปากกา ดินสอ

เนื่องจ า กพระสมัยนี้ต้องเรียนพระปริยัติธssม และจดกำหนดนัดหมายต่าง ช่วยจำ บางรูปท่านเป็นเหรัญญิกดูแลค่าใช้จ่าย ยิ่งต้องใช้มาก แต่ไม่ค่อยมีใคsถวายเครื่องเขียนเหล่านี้ พระท่านจึงต้องไปเดินหาซื้อเองเสมอ หากเราถวายไป พระท่าuจะได้ใช้อย่างแน่นอนค่ะ

3. sองเท้า

(ยกเว้นพระนิกายธssมยุตต์ สังเกตให้ดีล่ะว่าวัดที่เราไป พระท่าuใส่รองเท้ากันหรือเปล่า) พระท่านต้องเดินบิณฑบาตร, ธุดงค์, ไปเรียนหนังสือ, ไปกิจนิมนต์ตามที่ต่าง, บางรูปต้องทำงาuที่ใช้แรงงานในวัด เช่น ก่อสร้าง ทำสวน สิ่งที่ต้องรับภาระหนักก็คือ ‘รองเท้า’ ที่มักจะขาดเสียหายอยู่บ่อย นั่นเอง sองเท้าจึงถือเป็นอีกหนึ่งอย่างที่มีความสำคัญอย่างสูง

4. ใบมีดโกu

เนื่องจ า กพระต้องโกนผมทุกวันโกu แต่ใบมีดยี่ห้ออื่น พระใช้โกนผมแล้วเลือดซิบ ท่านจึงใช้ได้ 2 ยี่ห้อนี้เท่านั้น (แต่ถ้าหากมียี่ห้ออื่น ที่คิดว่าใช้ดีก็เอามาแทนกันได้) อนึ่ง ใบมีดตราขนนกจะคมกว่า ยินเลส ใช้ในการโกนครั้งแรก ส่วนยิลเลตต์จะใช้เก็บความเรียบร้อยอีกครั้ง หากท่านใดถวายใบมีด ก็ได้ชื่อว่า ช่วยไม่ให้พระต้องเสียทุกวัuโกน ข้าพเจ้าเห็นว่าได้บุญดีกว่าให้ยาอีกนะท่าน

5. แชมพู

เมื่อพระท่านไม่มีผมมาปกป้องหนังศีsษะเนี่ย ทั้งความร้อน ฝุ่นละออง เชื้อโรคต่างๆ ก็จะเข้าถึงหนังศีsษะของท่านได้โดยตรง แถมกาssักษาสมดุลความชุ่มชื้นของหนังศีรษะก็จะเสียไป เพราะไม่มีผมปกคลุม ทำให้หนังศีรษะของพระ มักจะแห้ง และเกิดโรคผิวหนังอยู่เสมอ เช่น ชันตุ เป็นต้น สิ่งที่จะช่วยบรรเทาได้ก็คือ

แชมพูย า ที่มีส่วนผสมปกป้องหนังศีรษะ รักษาสมดุล สังเกตง่าย ที่ฉลากจะมีคำว่า ‘Scalp’ เป็นสำคัญ ยี่ห้อที่เป็นแบบนี้ก็มักจะเป็นพวก แชมพูขจัดรังแค อย่างคลินิค, แพนทีน, Head&Shoulder, ไนโซรัล เป็นต้น แต่น่าเศร้าใจ ที่ไม่มีใครถวายแชมพู พระท่านจึงจำต้องใช้สบู่แก้ขัด ซึ่งทำให้ยิ่งคันหัว ศีรษะแห้งไปกันใหญ่ ดังนั้นจึงขอท่านโปรดจำไว้ ว่าเราควรซื้อแชมพูไปถวายพระ แต่ก็เลือกสูตรกันนิดนึงนะ ให้เป็นสูตรดูแลหนังศีรษะ

6. ผ้าไตรจีวs ที่มีความยาวพอที่จะนุ่งห่มได้ มีความหนาพอเหมาะสม

เพราะผ้าที่ติดมากับถังเหลือง มันทั้งสั้น ทั้งเต่อ ทั้งบาง ทำให้พระท่านลำบากใจเวลาสวมใส่ ขาดความมั่นใจ และเสียภาพลักษณ์ที่ดีของสงฆ์ ผู้ใดถวายผ้าไตรจีวร จึงได้อานิสงส์มากนัก นี่ก็ใกล้จะถึงเทศกาลเข้าพรรษาแล้ว เตรียมผ้าอาบน้ำฝนไปถวายพระกันเถอะนะคะ

7. ย าหลัก ที่จำเป็น

ยาสามัญประจำบ้าน ยาแก้ปวดหัว ปวดท้อง ยาแก้ไอ แก้ไข้ ลดกรดในกระเพาะอาหาร ยาใส่แ ผ ລสด แ ผ ລเ ปื่ อ ย แ ผ ລไ ฟ ไ ห ม้ น้ำ ร้ อ น ລ ว ก แ ผ ລ พุ พ อ ง เป็นห น ອ ง ผิวหนังอั ก เ ส บ เป็นหuอง

8. ผ้าขนหนูสีสุภ า พ ไม่ต้องสีเหลืองก็ได้

เพราะผ้าขนหนูที่ติดมากับถังเหลืองมักหยาบ เล็ก และคุณภาพต่ำ จนเ อ ามาใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง

9. น้ำยาเช็ดพื้น

พระท่านจะเอาน้ำยาเช็ดพื้นไปทำอะไร เฉลย ก็เอาไปผสมน้ำ ถูกุฏิ ศาลา อุโบสถ ไงจ๊ะ เพราะนอกจากจะช่วยผ่อนแรงในการทำความสะอาด สลายคราบแล้ว บางยี่ห้อยังช่วยกำจัดเชื้อโรคที่อยู่ในมูลนกพิราบ หมา แมว หนู เห็บ หมัด ของหมาวัดได้อีกด้วย

ทุกบ้านควรทำ วิธีการไหว้เจ้าที่ แบบง่ายๆ ให้อยู่เย็นเป็นสุข

0

การขอขมาเจ้าที่ที่ทำแล้วจะมีชีวิตที่ราบรื่นมากขึ้น เป็นการเปิดทางสว่าง ทำให้มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นกับคนในบ้านด้วย โดยวิธีนี้เป็นการไหว้เจ้าที่ แบบง่ายๆ ไหว้กลางบ้านด้วยธูป 5 ดอก ทุกบ้านควรจะทำ ใช้เวลาไม่นานเลย ซึ่งจะไม่เหมือนกับไหว้ ศ า ล พ ร ะ ภูมินะ แต่นี่เป็นเจ้าที่ ที่เราได้อัญเชิญท่านลงมาเพื่อป ก ป้ อ งเราและคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข ใครยังไม่ได้ไหว้ก่อนจะสิ้นปีนี้รีบหาวันไหว้กันนะ

สำหรับที่ที่ไหว้นั้นจะมีอยู่ในบ้านอยู่แล้ว เวลาจะไหว้ก็ทุก ๆ 3 – 6 เดือน ใครสะดวกไหว้แบบไหนก็เลือกวันเวลาได้เองเลย หรือจะไหว้บ่อยกว่านี้ได้ยิ่งดี วิธีนี้เป็นการขอขมากับสิ่งที่บางครั้งเราก็ได้ล่วงเกินไป ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว วันเวลาที่เหมาะสำหรับจะไหว้เจ้าที่กลางบ้านคือ เวลา 12.00 น. (เที่ยง) ของวัน เสาร์ หรือ วันอังคาร เพราะว่า 2 วันนี้จะเป็นวันรับคือเราไหว้ขอขมาแล้วส่งไปถึงเจ้าที่จริง ๆ นั่นเอง

เตรียมของไหว้เจ้าที่กลางบ้าน
1 ดาวเรือง 9 ดอก
2 เทียน 1 คู่
3 ธูป 5 ดอก

4 น้ำ 5 แก้ว
5 ผลไม้ 9 อย่าง ที่เป็นผลไม้มงคล
6 หมากพลู 9 คำ

ผลไม้มงคลนั้นหาซื้อได้ตามตลาดทั่วไปได้เลย หาไม่ยากแถมราคาก็ไม่ได้แพงอะไร ผลไม้มงคลก็เช่น องุ่นจะช่วยหนุนเรื่องการเงิน ทำให้มีทรัพย์สิน กล้วยจะช่วยให้ทำอะไรคล่องตัวมากขึ้น แก้วมังกรจะช่วยทำให้บริวารดี เชื่อฟัง สับปะรดจะทำให้หูตากว้างไกล เป็นต้น

ต่อมาเป็นการจัดของไหว้ให้ถูกวิธี สำหรับใครที่เตรียมของไหว้ครบแล้วมาจัดของกันเลย ก่อนจะไหว้ก็ให้ใช้เป็นสถานที่กลางบ้านเลยนะ ตรงไหนกลางก็ตรงนั้นเลย

วิธีจัดของไหว้เจ้าที่กลางบ้าน
หาผ้าขาวสะอาดมาปูกลางบ้านเลย โดยจะต้องหันหลังให้กับประตูหน้านะจากนั้นก็เอาของไหว้ทุกอย่างที่เตรียมไว้นั้นไปวางบนผ้าขาว แล้วก็จุดธูป เทียน ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วให้กล่าวคำขอขมาเจ้าที่กลางบ้านว่าดังนี้

“ข้าแต่เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าของที่ เจ้าของทาง เจ้าของบ้าน เจ้าของเรือน บ้านเลขที่ บ้านหลังนี้ วันนี้ เป็นวันดี ข้าพเจ้า (เอ่ยชื่อนามสกุลของตนเอง) นำเครื่องสักการบูชามาตั้งถวาย เพื่อขอขมา ก ร ร ม หากมีสิ่งใดก็ตามที่ข้าพเจ้าได้ทำผิดไป ทั้งตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ทั้งรู้ก็ดี ทั้งไม่รู้ก็ดี ข้าพเจ้าขออ โ ห สิ ก ร ร ม ท่าน ขอท่านจงโปรดงดโทษ เว้นโทษและอโ ห สิ ก ร ร มให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ และโปรดช่วย (อธิษฐานขอตามปรารถนา)”

จากนั้นก็รอจนกว่าธูปจะไหม้หมด (ธูปในบ้าน) แล้วให้ไปดับเทียน ลาของไหว้ โดยการจับที่พานหรือถาดผลไม้แล้วกล่าวว่า “ขอ แ ด น ขอซานให้ลูกให้หลานกิน เพื่อความเป็นสิริมงคล”

เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีการไหว้เจ้าที่กลางบ้านเรียบร้อยแล้ว ลาผลไม้มาเสร็จแบ่งกันทานในครอบครัวได้เลย จะเสริมความเป็นสิริมงคล บ้านไหนยังไม่เคยไหว้เจ้าที่กลางบ้านเลย ก็อยากจะให้หาเวลาทำนะ เวลาในการเตรียมของก็ไม่ยาก จะวันเสาร์ หรืออังคารก็ได้ตามความสะอาด ขอให้เป็นตอนเที่ยงนะ

สร้างบารมีแก่ชีวิต…อานิสงส์บุญ ของการบวชชีพราหมณ์

0

การบวชพราหมณ์ ชีพราหมณ์ หรืออุบาสก กับคำว่า เนกขัมมะ นั้นไม่ได้ต่างกัน ถือเป็นคำเรียก การบวชในช่วงขณะเวลานึงเพื่อสร้างบุญกุศล โดยไม่ต้องโกนผม โกนคิ้ว

การบวช เป็นศัพท์ที่ใช้ในทางศาสนาโดยมีขั้นตอนที่จะทำให้บุคคลธรรมดาผู้นับถือศาสนาต่าง ๆ กลายเป็นนักบวชของศาสนาที่ตนนับถือนั้น การบวชมักประกอบไปด้วยพิธีก ร ร มและแบบพิธีต่าง ๆ ซึ่งขั้นตอนการบวชเองนั้นก็มีความแต กต่า งกันไปต ามศาส นาและชื่อเรียกขาน ผู้ที่กำลังเตรียมเข้าสู่การบวชเรียกว่า ผู้เตรียมบวช

ในพ ระพุท ธศาส นา เรียกการบวชว่า การอุปสมบท (บาลี อุปสมฺปทา) แต่เดิมนั้น การบวชเรียกว่า บรรพชา (บาลี ปพฺพชฺชา แปลว่า เว้นทั่ว เว้นจากความชั่ วทุกอย่าง) ปัจจุบันคำว่าบรรพชาใช้กับการบวชสามเณร ในขณะที่อุปสมบทใช้กับการบวชพระภิกษุ

การบวชโดยนัยแล้วคือ การละทิ้ งวิถีชี วิ ต
วามเป็นอยู่เดิม สู่ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ใหม่ ต ามครรลองแห่งมรรค เพื่อเป็นการง่าย เพื่อเป็นการสะดวก เป็นทางอันปล อดโป ร่ง แก่การบรรลุถึงซึ่งวัตถุประสงค์ คือ ความบริสุ ทธิ์หลุ ดพ้ น ปรา ศจากมิ ลทิ น หมดจดจากความเศร้ าห มอง และเป็นอิสระจากพันธนาการเครื่องร้อยรัดทั้งปวง

ในสมัยพุทธกาล การบวชมี 8 อย่าง ได้แก่
‘เอหิภิกขุอุปสัมปทา’ เป็นการบวชที่พระโคตมพุทธเจ้าประทานแก่พระสาวกบางองค์ด้วยพระองค์เอง ด้วยการตรัสว่า เอหิ ภิกขุ แปลว่า เธอจงมาเป็นภิกษุเถิด พระอัญญาโกณฑัญญะเป็นคนแรกและพระสุภัททะเป็นคนสุดท้า ยที่พระพุทธเจ้าทรงบวชด้วยวิธีนี้

‘ติสรณคมนูปสัมปทา’ เป็นการบวชโดยให้ผู้ขอบวชเปล่งวาจาต่อหน้าพระสาวกว่าขอพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งสามครั้ง ปัจจุบันวิธีนี้ใช้ในการบรรพชาสามเณร

‘ญัตติจตุตถกัมมอุปสัมปทา’ เป็นการบวชโดยให้คณะสงฆ์ประชุมกันในอุโบสถ โดยมีพระภิกษุรูปหนึ่งแจ้งว่ามีผู้ขอบวช เมื่อประกาศครบสี่ครั้งไ ม่มีพระรูปใดคั ดค้ าน ถือว่าผู้ขอบวชได้รับการยอมรับให้เป็นพระภิกษุ

‘ครุธัมมปฏิคคหณูปสัมปทา’ เป็นการบวชโดยที่พระพุทธเจ้าประทานครุธรรม 8 ประการ แก่พระนางมหาปชาบดีและสตรีชาวสากยะ 500 คน เมื่อพวกนางยอมรับครุธรรมก็ได้รับสถานะเป็นภิกษุณี

‘อัฏฐวาจิกาอุปสัมปทา’ เป็นการบวชภิกษุณีโดยให้รับญัตติจตุตถกัมมอุปสัมปทาจากภิกษุณีสงฆ์ก่อนครั้งหนึ่ง และจึงรับญัตติจตุตถกัมมอุปสัมปทาจากภิกษุสงฆ์อีกครั้ง เมื่อผ่านการอุปสมบททั้งสองครั้งแล้วจึงเป็นภิกษุณี

‘โอวาทปฏิคคหณูปสัมปทา’ เป็นการบวชโดยพระพุทธเจ้าประทานพระโอวาทแก่พระมหากัสสปะ เมื่อท่านรับโอวาทแล้วก็เป็นพระภิกษุ

‘ปัญหาพຍ ากรณูปสัมปทา’ เป็นการบวชโดยพระพุทธเจ้าทรงตอบปั ญ หาของสามเณรโสปาก

‘ทูเตนอุปสัมปทา’ เป็นการบวชโดยพระพุทธเจ้าทรงส่งทูตของพระองค์ไปบวชหญิงโ ส เ ภ ณีชื่ออัฑฒกาสี

การบวชพระ บวชชีพราหมณ์ ถือเป็นการบวชชั่ วคราวเพื่อสร้างบุญ หรืออุทิศให้พ่อแม่เจ้าก ร ร มนายเว ร ซึ่งนอกจากจะสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่แล้วยังได้อานิสงส์มากมายอีกหลายอย่างดังต่อไปนี้

1 เจ้าก ร ร มนายเ วรจะอโหสิก ร ร ม ห นี้ก ร ร มในอดีตจะคลี่คลาย
2 สุขภาพแข็ งแร ง สติปัญญาแจ่มใส ปั ญห าชีวิตคลี่คลาย
3 เป็นปัจจัยสู่พระนิ พพานในภพต่อๆไป

4 หน้าที่การงานจะเจริ ญรุ่ งเรื อง ได้ลา ภ ยศ สรรเสริ ญต ามปรารถนา
5 สิ่งศัก ดิ์สิท ธิ์คุ้มครอง โพยภั ยอันตรๅยผ่อนหนักเป็นเบา
6 จิตใ จสงบ ปล่อยวางได้ง่าย มองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต

7 เป็นที่รักที่เมตต ามหานิยมของมวลมนุษย์มวลสัตว์และเหล่าเทวดา
8 ทำมาค้าขึ้น ไ ม่อั บจ น การเงินไ ม่ขา ดສาຍไ ม่ข าดมือ
9 โร คภั ยของตนเองของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรัก ษ าห าย
10 ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้เต็มที่ สำหรับผู้ที่บวชไ ม่ได้เพราะติดภาระกิจต่างๆ ก็สามารถได้รับอานิสงส์เหล่านี้ได้ด้วยการสร้าง

ส่วนคนที่ส่งเสริมให้บุคคลใดได้บวชสนับสนุนส่งเสริมโดยไ ม่มีจิตที่บั งคั บใดๆ (ในที่นี่อาจจะเป็นพ่อแม่) การให้คนได้บวช ก็จะได้อานิสงส์ผลบุญเหล่านี้ต ามไปด้วยเช่นกัน ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบุญที่ยกขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ที่ท่านพึงจะได้รับจงเร่งทำบุญเสียแต่วันนี้

เพราะเมื่อท่านล่วงลับท่านไ ม่สามารถสร้างบุญได้อีกจนกว่าจะได้เกิด หากท่านไ ม่มีบุญมาหนุนนำแร งก ร ร มอาจดึงให้ท่านไปสู่ภพเด รั จ ฉ าน ภพเป ร ต ภพสัต ว์น ร กที่ไ ม่อาจสร้างบุญสร้างกุศลได้

ต่อให้ญาติโยมทำบุญอุทิศให้ก็อาจไ ม่ได้รับบุญ ดังนั้น ท่านจงพึ่งตนเองด้วยการสร้างสมบุญบารมีซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ท่านจะนำติดตัวไปได้ทุกภ พทุกช า ติ

เสริมสิริมงคลตามตำราพรหมชาติ…ผู้หญิงนับเวียนซ้าย ผู้ชายนับเวียนขวา

0

เรื่องของการเสริม สิริมงคล ในชีวิตนั้น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความเชื่อส่วนบุคคล วันนี้เราจึงได้นำเคล็ดดี ๆ จาก ตํารา พรหมชาติ มาให้ได้ดูกัน

ไม่ว่าคุณจะเป็น ชาย หรือหญิงก็ตาม ถ้าอย ากทราบว่าในระยะปีนี้ โช คชะตาจะ ต กที่ใด จะดีหรือว่าไ ม่ดีอย่างไร แนะนำว่าให้ท่านถือ หลัก ทำ นาย ตามห้วงระยะปีที่ ตกนั้ น

ถ้าหากเป็นชาย เริ่มต้นนับอายุ จากเจดีย์ โดยเจดีย์นับเป็นปีที่1 และให้นับเวียนไปทางขวามือ หรือทวนเข็มนาฬิกา จนครบอายุในปัจจุบันเลย

ถ้าหากเกิ ດเป็นหญิง เริ่มนับตั้งแต่เจดีย์ โดยเจดีย์นับเป็นปีที่1 นับเวียนไปทางซ้าย หรือนับตามเข็มนาฬิกา จนครบรอบอายุถึงในปัจจุบัน

1. เ จ ดีย์ ชีวิตของท่านในปีนี้ ท่านจะใช้ชีวิตได้อย่าง ร่วมเย็นเป็นสุข ชีวิตจะมีแต่ ความสุข สบายใจ ทำอะไรก็จะเริ่มประสบความสำเร็จ มีบุญมีกุศลในศ า ส น า ประสงค์สิ่งใด จะเป็นไปตามหวังทุกประก า ร

2. ฉั ต ร เงิน ชะต าของท่านในปีนั้น ท่านจะมีสุข จะมีโช ค เงินทองมากมาย จะมีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ค้ำจุน ถ้าทำราชการ หรือค้ า ข า ย ก็จะมีความเจริญก้าวหน้า ยิ่งขึ้น

3. ค น ค อ ชะตาของท่านในปีนั้น ท่านจะได้รับ ความเ ดื อดร้ อน จะได้รับความร้อนใจต่าง ซึ่งจะมีผู้ทำให้แก่ท่าน และจะได้รับความทุ กข์ย ากลำบาก ทำให้ท่านต้องเ สียทรัพย์สิน เงินทองอยู่เ ส ม อ

4. เ รื อ นหลวง ชะตาของท่านในปีนั้น ท่านจะได้รับแต่ความ สุขสบาย มีความเจริญก้าวหน้า ในกิจการทุกอย่าง ท่านจะมีโช คลาภ ได้เงินทอง จะมีผู้อุปถัมภ์อย่างดียิ่ง พวกศั ต รูที่คิดร้ า ยจะแพ้ภั ยตัวเอง

5. ป ร า สาททอง ชะตาของท่านในปีนั้น ถ้าเป็นโสดจะได้พบคู่ ชะตาชีวิตของท่านจะได้พบแต่ ความสุข เจริญก้าวหน้า กิจการที่ทำจะได้ผลประโยชน์แก่ท่านเป็นที่พึงใจ จะสมความปรารถนา ทุกประการ จะได้สัตว์ 4เท้า 2เท้า ถ้าค้าขายจะร่ำຣวຢสาธุบุญ

6. ร า หู ชะตาของท่านในปีนั้น ท่านจะได้รับ ความร้อนอกร้อนใจ จะเป็นถ้อยความผู้อื่นที่ทำให้ท่านได้รับความร้อนใจ อยู่เสมอ ทำให้ท่านต้องเ สียทรัพย์สินเงินทอง จะเกิດเป็นปากเ สียง กับเพื่อนบ้าน จะพบกับความวุ่ นว ายอย่างไม่รู้จบ และจะเกิດเจ็ บป่ ว ยขึ้นแก่ท่าน

7. ฉั ต รทอง ชะตาของท่านในปีนั้น ท่านจะได้ประสบโช ค มั่งมีด้วยทรัพย์สินเงินทอง พร้อมด้วยลาภยศมิตรสหาย จะมีผู้ใหญ่คอยให้ความอุปถัมภ์เป็นอย่างดี ชะตาชีวิตของท่านในปีนี้ จะมีแต่ความสุข ความเจริญ สบาย ใ จ

8. เ ท ว ด าขี่เต่า ชะตาของท่านในปีนั้น ท่านจะมีความสุขพอประมาณ การเงินการทองพอมีใช้มีจ่าย จะทำอะไรจงคิดให้รอบคอบเ สียก่อน มิฉะนั้นจะเกิດผลผิ ดพลาดขึ้นได้ และจะทำให้เดื อดร้อน ใ จ

9. แ ม่ ม ด ชะตาของท่านในปีนั้น ท่านจะได้พบผู้เฒ่าเจ้านาย ที่มีความค้ำชูให้ท่านได้พบกับ ความสุขความเจริญ คำพูดของท่านจะเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจแก่คนทั้งหลาย จะไปแห่งใดมีแต่คนรักใคร่ จะมีผู้นำโช คมา ให้แต่ไม่มากนัก ท่านจะต้องเหนื่อยกาย และใจบ้าง

10. น า ค ราช โช คชะตาของท่านในปีนี้จัดว่าไม่ดี ระ วังจะเกิດภัยอั น ต รายใด มีโอกาสเกิດการเจ็ บไ ข้ได้ป่ว ย ให้ระมัดระวั งของมีค ม และการเดินทาง มีโอกาสเจอคนปองร้ า ย ใส่ร้ าย พย าย ามเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลา แนะนำว่าให้ภาวนา รั กษ าศีล อย่าได้ เ บี ย ด เบียนซึ่งกันและกัน แล้วชีวิตจะหนักกลาย เป็นเบาลง

11. ค น ต้องขื่อคา ชะตาของท่านในปีนั้น จัดว่าชะตาต กอยู่ในฐานะมิสู้ดี จงมีความระ วังในญาติพี่น้อง จะนำความเดื อดร้อนใจมาให้ คนรักมักจะเอาใจออกห่าง ให้ระวั งอั นต ร าย เร่งจำศีลภาวนา จงทำบุญกุศล สะเดาะเคราะห์ อย่าเดินทางไกล จะได้รับโท ษทัณฑ์อาญา

พ่ อหมอ ชะตาของท่านในปีนั้น จะพบผู้ใหญ่อุปถัมภ์ค้ำชูแก่ท่าน ให้ยศศักดิ์ ท่านจะมีความสุข เจริญก้าวหน้า จะมีโช ค มาสู่ท่าน เป็นที่พึงใจยิ่ง โพยภั ยมิได้มีมาพ้องพานเลย

ขอบคุณ postsara

เส้นบุญ เส้นกรรม…ลองดูว่ามีหรือเปล่า “กากบาทกลางฝ่ามือ”

0

น้อยคนนักที่จะมี เส้นกากบาทกลางฝ่ามือ

ศาสตร์ของการดูลายมือก็เป็นศาสตร์ที่มีการทำมาช้านานมาก และการดูว่ามี เส้นกากบาทกลางฝ่ามือ หรือไม่ก็บอกได้หลายอย่าง สำหรับใครที่มีนั้นก็ถือเป็นเ รื่ อ งดีเพราะเหมือนด ว งชะตาของคุณจะถูกกำหนดเอาไว้ให้เดินมาเจอสิ่งดี ไม่น้อยเหมือนกัน คนที่จะมีกากบาทนั้นไม่ง่ายเลย ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีกัน ลองพลิกฝ่ามือตัวเองขึ้นมาดูไม่แน่คุณอาจจะมีก็ได้ จะเป็นกากบาทแบบไหนมาดูกัน

ความหมายของกากบาทบนฝ่ามือ
ไม่ว่าจะอยู่มือข้างซ้ายหรือขวาก็เป็นเรื่องดีทั้งนั้น และกากบาทเองก็ขึ้นอยู่กับลายมือของแต่ละคน มันแสดงให้เห็นถึงว่าผู้นั้นเป็นคนมีเหตุผล เป็นคนชอบสอน ชอบให้ความเห็นกับทุกคน และมักจะได้เป็นอาจารย์ เ ก จิ ชื่อ ดั ง ครู และผู้มีความชำนาญในด้านต่าง แบบเฉพาะทางไปเลย ถือเป็นเส้นที่ดีไม่น้อยแต่ถ้าหากไปทำร้ า ย ค น อื่ นโ ท ษที่สะท้อนกลับมาก็ รุ น แ ร งเหมือนกัน

กากบาทบนฝ่ามืออีกชื่อคือ “เส้นบุญและเส้น ก ร ร มตั้งแต่ช า ติก่อน” และบางคนที่มีกากบาทยังเป็นคนที่สามารถระลึกชาติได้อีกด้วยนะ และจะคอยให้การช่วยเหลือผู้อื่นได้ดี มีเซน มีลาง สั ง ห รณ์แม่นมาก เป็นคนมีองค์ในตัว และดีอย่างคือ เวลาเจอเหตุการณ์ร้ า ย ก็มักจะผ่านไปได้ด้วยดี ป ล อ ด ภั ย มีมิตรภาพเยอะ มีพระคุ้มครอง เป็นคนพูดตรง ไม่อ้อมค้อมเลย

ในด้านสติปัญญาก็มีเยอะ ฉลาดมาก หั วไ ว มีความกล้าหาญแต่พอเวลาจะใจเย็นก็กว่าน้ำแข็งเสียอีก ในด้านความรักมักไม่ค่อยจะสมหวัง อ่อนไหวง่ายเกินไป ระแวงมากเกินไป ถ้าวางตัวได้ดีลดความระแวงลงบ้างรักจะสมหวังมากทีเดียว การมีกากบาทนี้หากนำไปช่วยเหลือผู้อื่นจะหนุนนำให้เจอแต่เ รื่ อ งดี แต่ถ้าเอามาระแวงคนรอบข้าง เอามาใช้จัมผิดนั้นจะมีแต่เ รื่ อ งร้าว เส้นนี้คือสัมผัสที่ 6 ถ้าใช้ถูกทางจะเจริญก้าวหน้า

สำหรับในกรณีของคนรักอะไรเล็ก น้อย ก็ควรจะปล่อยวางและมองข้ามไปบ้างก็ได้จะทำให้ชีวิตคู่ราบรื่นมากขึ้น แต่จงใช้ความฉลาดของคุณในการช่วยเหลือคนอื่นจะดีกว่า ถ้าหากคุณเป็นคนที่มีกากบาทในฝ่ามือเรายินดีด้วย คุณเป็นคนที่มีโชคมากคนหนึ่งที่ชะตาดีมาก เลยนะ

ขอบคุณข้อมูล จาก khaonaroo