หน้าแรก บล็อก

ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์

0

ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ้านนาโซล่าเซลล์…ผู้ให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุกรูปแบบ และระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ทุกขนาดใหญ่-เล็ก บริการทั่วไทย โทร 0911302524(hotline)

แผงโซล่าเซลล์

0

ให้นึกถึงถ่านไฟฉายก่อนเลยครับ ถ่านไฟฉายเช่น ถ่าน 2A ที่เราใช้ใส่รีโมททีวี นี่หล่ะครับ ที่ก้อนนึง จะมีส่วนหัวเป็นขั้วบวก และส่วนท้ายเป็นขั้วลบ แต่ละก้อนของถ่ายไฟฉาย ก็จะมีกำลังไฟเลี้ยงว่า โวทต์ ซึ่งถ่านไฟฉายส่วนใหญ่ ก็จะมีกำลังไฟที่ 1.5 โวทต์ ต่อก้อน เมื่อนำมาต่อกัน 2 ก้อน ก็จะได้กำลังไฟ เป็น 1.5+1.5 โวทต์ เท่ากับ 3 โวทต์ นั่นหมายถึง ตัวรีโมททีวี หรือไฟฉาย ที่เราใช้กันอยู่ ต้องการกำลังไฟ 3 โวทต์ ถึงจะทำงานได้ครับ

มาถึงตรงนี้ ก็อยากให้นึกภาพ แผงโซล่าเซลล์ ว่าเป็นถ่านไฟฉาย 1 ก้อน ที่มีขั้วบวก และขั้วลบ แบบเดียวกันเลยครับ เมื่อแผงโซล่าเซลล์ ถูกแสงแดดกระทบ ก็จะผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาได้ เพียงแต่ กำลังโวทต์ ในแต่ละแผง แต่ละชนิด และแต่ละยี่ห้อ ก็จะแตกต่างกันไปครับ

แผงโซล่าเซลล์ (Solar panel หรือ Photovoltaics) คือ การนำเอา โซล่าเซลล์ จำนวนหลายๆเซลล์ มาต่อวงจรรวมกัน อยู่ในแผงเดียวกัน เพื่อที่จะทำให้สามารถผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น โดยไฟฟ้าที่ได้นั้นเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC)

ปัจจับัน แผงโซล่าเซลล์ มีอยู่ทั้งหมด 3 ประเภท คือ

โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells)
โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells)
แผงโซล่าเซลล์ชนิด ฟิล์มบาง (Thin Film Solar Cells)

โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells) ทำมาจาก ผลึกซิลิคอนเชิงเดี่ยว (mono-Si) หรือบางทีก็เรียกว่า single crystalline (single-Si) วิธีสังเกตง่ายๆ คือ แต่ละเซลล์จะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมตัดมุมทั้งสี่มุม และมีสีเข้ม

โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells) ทำมาจากผลึกซิลิคอน โดยทั่วไปเรียกว่า โพลีคริสตัลไลน์ (polycrystalline,p-Si) แต่บางครั้งก็เรียกว่า มัลติ-คริสตัลไลน์ (multi-crystalline,mc-Si) โดยในกระบวนการผลิต สามารถที่จะนำเอา ซิลิคอนเหลว มาเทใส่โมลด์ที่เป็นสี่หลี่ยมได้เลย ก่อนที่จะนำมาตัดเป็นแผ่นบางอีกที จึงทำให้เซลล์แต่ละเซลล์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ไม่มีการตัดมุม สีของแผงจะออก น้ำเงิน ไม่เข้มมาก

แผงโซล่าเซลล์ชนิด ฟิล์มบาง (Thin Film Solar Cells) คือ การนำเอาสารที่สามารถแปลงพลังงานจากแสงเป็นกระแสไฟฟ้า มาฉาบเป็นฟิล์มหรือชั้นบางๆ ซ้อนกันหลายๆชั้น จึงเรียก โซล่าเซลล์ชนิดนี้ว่า ฟิล์มบาง หรือ thin film แผ่นชนิดนี้มีประสิทธิภาพเฉลี่ยอยู่ที่ 7-13% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุที่นำมาทำเป็นฟิล์มฉาบ แต่สำหรับบ้านเรือนโดยทั่วไปแล้ว มีเพียงประมาณ 5% เท่านั้น ที่ใช้ แผงโซล่าเซลล์ ที่เป็นแบบชนิดฟิล์มบาง

ข้อดี/ข้อเสียของแผงโซล่าเซลล์แต่ละชนิด

โมโนคริสตัลไลน์

ข้อดี
มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะผลิตมาจาก ซิลิคอนเกรดดีที่สุด โดยมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานแสง เป็นกระแสไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 15-20%
มีประสิทธิภาพต่อพื้นที่สูงกว่าแบบ Poly เพราะว่าให้กำลังสูงจึงต้องการพื้นที่น้อยที่สุดในการติดตั้งแผงโซลล่าเซลล์ชนิดนี้ โมโนคริสตัลไลน์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เกือบ 4 เท่า ของชนิด ฟิล์มบางหรือ thin film
มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 25 ปีขึ้นไป
ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากว่าชนิด โพลีคริสตัลไลน์ เมื่ออยู่ในภาวะแสงน้อย

ข้อเสีย
มีราคาแพงที่สุด ในบางครั้งการติดตั้งด้วย แผงโซล่าเซลล์ชนิด โพลีคริสตัลไลน์ หรือชนิด thin film อาจมีความคุ้มค่ามากกว่า
ถ้าหาก แผงโซล่าเซลล์ชนิด โมโนคริสตัลไลน์ มีความสกปรกหรือถูกบังแสงในบางส่วนของแผง อาจทำให้วงจรหรือ inverter ไหม้ได้ เพราะอาจจะทำให้เกิดโวลต์สูงเกินไป

โพลีคริสตัลไลน์

ข้อดี
มีขั้นตอนกระบวนการผลิตที่ง่าย ไม่ซับซ้อน จึง ใช้ปริมาณซิลิคอน ในการผลิตน้อยกว่า เมื่อเทียบกับ ชนิด โมโนคริสตัลไลน์
มีประสิทธิภาพในการใช้งาน ในที่อุณหภูมิสูง ดีกว่า ชนิด โมโนคริสตัลไลน์ เล็กน้อย
มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับ ชนิด โมโนคริสตัลไลน์

ข้อเสีย
มีระสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานแสง เป็นกระแสไฟฟ้าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 13-16% ซึ่งต่ำกว่า เมื่อเทียบกับชนิด โมโนคริสตัลไลน์
มีประสิทธิภาพต่อพื้นที่ต่ำกว่า ชนิด โมโนคริสตัลไลน์ ในกรณี ถ้าแสงมีความเข้มน้อย
แผงมีสีน้ำเงิน ทำให้บางครั้งอาจดูไม่สวยงาม เมื่อเทียบกับ ชนิด โมโนคริสตัลไลน์ และชนิด thin film ที่มีสีเข้ม เข้ากับสิ่งแวดล้อม เช่น หลังคาบ้านได้ดีกว่า
ชนิด

ฟิล์มบาง

ข้อดี
มีราคาถูกกว่า เพราะสามารถผลิตจำนวนมากได้ง่ายกว่า ชนิดผลึกซิลิคอน
ในที่อากาศร้อนมากๆ แผงโซล่าเซลล์ ชนิด ฟิล์มบาง มีผลกระทบน้อยกว่า
ไม่มีปัญหาเรื่อง เมื่อแผงสกปรกแล้วจะทำให้วงจรไหม้
ถ้าคุณมีที่เหลือเฟือ แผงโซล่าเซลล์ ชนิด ฟิล์มบาง ก็เป็นทางเลือกที่ดี

ข้อเสีย
มีประสิทธิภาพต่ำ
มีประสิทธิภาพต่อพื้นที่ต่ำ
สิ้นเปลืองค่าโครงสร้างและอุปกรณ์อื่นๆ เช่น สายไฟ
ไม่เหมาะนำมาใช้ตามหลังคาบ้าน เพราะมีพื้นที่จำกัด
การรับประกันสั้นกว่าชนิด ผลึกซิลิคอน

รูปแบบต่าง ของการนำโซล่าเซลล์ ไปผลิตไฟฟ้าใช้งาน
ระบบอ๊อฟกริด (Off Grid) หรือ แบบอิสระ ( Stand Alone )
ระบบออนกริด ( On Grid ) หรือ แบบเชื่อมต่ออิงกับระบบไฟการไฟฟ้า
ระบบไฮบริดส์ ( Hybrid ) หรือแบบผสม

ข้อคิดเห็นที่ควรอ่านเกี่ยวกับพลังงานทดแทน
เราต้องเข้าใจข้อจำกัดก่อนว่า พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานทดแทน ที่ไม่สามารถผลิตใช้งานได้ตลอดเวลา เพราะอาศัยแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟ ไม่เหมือนกับโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ(เขื่อน) หรือพลังงานไอน้ำ(จากถ่านหิน หรือก๊าซธรรมชาติ) ที่สามารถผลิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ถ้าหากเราต้องการนำระบบไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์มาใช้เป็นพลังงานหลักแล้ว เราต้องคำนึงถึงการเก็บพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้งานในช่วงกลางคืนหรือช่วงไม่มีแสงแดด ซึ่งอุปกรณ์ที่จะเก็บพลังงานไฟฟ้าก็คือแบตเตอรี่ นั่นเองครับ

ระบบอ๊อฟกริด (Off Grid) หรือ แบบอิสระ ( Stand Alone )
คือ ระบบปิด ที่ผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ โดยไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบไฟของการไฟฟ้านครหลวง หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เลย ระบบนี้เหมาะกับสถานที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ไม่คุ้มที่จะเดินลากสายไฟยาวๆเข้ามาใช้เนื่องจากต้นทุนสูง

วิธีการ
คือการนำกระแสไฟฟ้าที่ได้จากแผงโซล่าเซลล์ มาชาร์จเข้าแบตเตอรี่ แล้วจึงนำไฟฟ้าที่ได้มาใช้งาน ซึ่งก็สามารถเลือกว่าจะนำจ่ายไฟ ให้กับอุปกรณ์ ที่ใช้ไฟ AC ทั้งนี้ข้อดีของการที่มีแบตเตอรี่คือสามารถเก็บประจุไฟฟ้าไว้ใช้งานได้กรณีที่ไม่มีแสงอาทิตย์ หรือสามารถใช้ไฟฟ้าในเวลากลางคืนได้

เนื่องจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้งานภายในบ้านเราเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ AC ( Alternating Current ) แต่ไฟฟ้าที่ได้จากแผง Solar Cell เป็นไฟฟ้ากระแสตรง DC ( Direct Current ) ดังนั้น ก่อนนำไปใช้งานจึงต้องนำมาแปลงมาเป็นไฟฟ้ากระแสสลับเสียก่อน โดยนำมาต่อเข้ากับอุปกรณ์ที่เรียกว่า อินเวอร์เตอร์ ( Inverter ) ซึ่งกำลังไฟฟ้าที่ได้ก็จะมีการสูญเสียจากการแปลงฯ ทำให้ลดทอนประสิทธิภาพการผลิตกระแสไฟฟ้าลงไป

ข้อดี/ข้อเสีย ของระบบอ๊อฟกริด (Off Grid) หรือ แบบอิสระ ( Stand Alone )

ข้อดีคือ เป็นระบบที่ไม่ต้องง้อไฟจากการไฟฟ้าหลวงเลย สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้

แต่ ข้อเสียคืองบประมาณสูง เพราะต้องใช้แบตเตอรี่ มาใช้ในการเก็บไฟและต้องคำนวณการใช้ไฟให้ถูกต้อง เพื่อให้การใช้ไฟฟ้าได้ต่อเนื่องตลอดเวลา

ระบบออนกริด ( On Grid ) หรือ แบบเชื่อมต่ออิงกับระบบไฟการไฟฟ้า
คือการผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ โดยการเปลี่ยนไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ไปเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ด้วยอุปกรณ์ Inverter จากนั้นก็เชื่อมระบบเข้ากับการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งข้อดีคือเราสามารถนำกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ขายให้กับการไฟฟ้าฯ (ตามโครงการขายไฟให้การไฟฟ้า ) หรือนำไฟฟ้าที่ได้มาใช้งานเองเพื่อลดค่าไฟฟ้า หากผลิตกระแสไฟไม่พอใช้ อุปกรณ์ควบคุมก็จะนำไฟฟ้าจากระบบของการไฟฟ้ามาใช้งานทดแทนทันที

วิธีการ
การติดตั้งแบบนั้ เพื่อลดค่าไฟฟ้า โดยเมื่อมีการใช้ไฟ มากกว่าที่ผลิตเองจากโซล่าเซลล์ ตัวอุปกรณ์ Grid Tie Inverter ที่เชื่อมต่อกับระบบจำหน่ายของการไฟฟ้าฯ ก็จะทำหน้าที่ดึงกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้ามาใช้งานโดยอัตโนมัติ ดังนั้นก็จะทำให้ลดค่าไฟฟ้าลงได้และไม่มีข้อจำกัดเรื่องกำลังไฟไม่พอ เพราะดึงจากการไฟฟ้ามาชดเชย แต่การติดตั้งแบบนี้ต้องได้รับการอนุญาตจาก การไฟฟ้าฯก่อน แต่ข้อเสียของระบบนี้คือช่วงที่ไม่มีแสงอาทิตย์หรือเวลากลางคืน ก็จะไม่มีการผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาซึ่งช่วนี้ก็จะต้องตึงพลังงานไฟฟ้ามาจากระบบจำหน่ายของการไฟฟ้าฯ

ข้อดี/ข้อเสีย ออนกริด ( On Grid ) หรือ แบบเชื่อมต่ออิงกับระบบไฟการไฟฟ้า

ข้อดี สามารถลดค่าไฟฟ้า หรือใช้ไฟฟ้าฟรี (หากใช้แผงโซล่าเซลล์จำนวนมาก) เนื่องจากผลิตไฟฟ้าได้เองในตอนกลางวัน ใช้ไฟฟ้าฟรี ลดค่าไฟฟ้าได้ สำหรับผู้ประกอบการติดตั้งระบบไฟขนาดใหญ่ สามารถขายไฟคืนให้กับการไฟฟ้าได้ โดยติดต่อการไฟฟ้า จะต้องสมัครทำสัญญาและยื่นเอกสาร ตามข้อกำหนดของการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ข้อเสีย กรณีที่ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าดับ ระบบโซลาร์เซลล์ยังจ่ายไฟปกติ แต่กริดไทน์อินเวอร์เตอร์จะหยุดทำงาน โดยไม่จ่ายไฟเข้าสายส่ง เพื่อป้องกันไฟฟ้าดูดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ซึ่งกำลังทำการซ่อมระบบสายไฟฟ้า การใช้งานระบบนี้ ส่วนใหญ่จะใช้ในพื้นที่ที่มีไฟฟ้าเข้าถึงแล้ว ใช้เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งทางผู้ที่ต้องการติดตั้ง ต้องมีพื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และรู้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในตอนกลางวัน โดยดูจากหน่วยการใช้ไฟฟ้า ที่เสียค่าไฟฟ้าแต่ละเดือน เพื่อออกแบบกำลังการผลิตระบบไฟฟ้าโซล่าเซลล์ หาขนาดกริดไทอินเวอร์เตอร์ และจำนวนแผงโซลาร์เซลล์

ระบบไฮบริดส์ ( Hybrid ) หรือแบบผสม
เป็นระบบที่นำเอา ระบบออนกริด และ อ็อฟกริด มารวมกันคือจะมีระบบแบตเตอรี่ มาสำรองพลังงาน ใช้งานในเวลาที่ไม่มีแสงอาทิตย์ และสำหรับกรณีที่เมื่อมีแสงอาทิตย์แล้วผลิตกระแสไฟฟ้าได้หากกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้มีมากกว่าที่นำมาใช้งาน ระบบก็นำกระแสไฟฟ้านั้นชาร์จเข้าแบตเตอรี่ เพื่อนำมาใช้งานได้ต่อไป พอถึงเวลากลางคืนที่ผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ไม่ได้ ระบบก็จะไปนำเอากระสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่มาใช้ก่อน หากยังไม่เพียงพอ ระบบก็จะไปดึงไฟฟ้ามาจากระบบจำหน่ายมาชดเชยอีกทีหนึ่ง

วิธีการ
หลักการทำงานคือเมื่อแผงโซล่าเซลล์ได้รับพลังงานแสงอาทิตย์ ก็แปลงเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) แล้วส่งต่อมายัง ไฮบริดส์ อินเวอร์เตอร์ ซึ่งไฮบริดส์ อินเวอร์เตอร์ก็แปลงแป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ซึ่งก็จะเชื่อมต่อกับระบบจำหน่ายไฟของการไฟฟ้าฯ และอีกขั้วหนึ่งก็ต่อเข้ากับแบตเตอรี่ และอีกขั้วหนึ่งก็ต่อไฟฟ้าไปใช้งานต่างๆ

ในเวลากลางวันเมื่อผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ ระบบก็จะนำไฟฟ้าที่ผลิตได้มาจ่ายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าของเรา แต่หากกระแสไฟฟ้าที่เราผลิตได้ไม่เพียงพอ ก็จะไปดึงไฟจากแบตเตอรี่ หรือการไฟฟ้าฯมาใช้งานได้ โดยอัตโนมัติ (ซึ่งเราสามารถตั้งค่าได้ที่ตัว ไฮบริดส์ อินเวอร์เตอร์) หรือหากเราผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์มามากกว่าที่เราใช้งานระบบก็นำกระแสไฟฟ้านี้ไปชาร์จแบตเตอรี่เพื่อสำรองไฟฟ้าใช้งานต่อไป

ในเวลากลางคืนที่เราไม่สามารถผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ได้ ที่ตัวไฮบริดส์ อินเวอร์เตอร์ สามารถตั้งค่าได้ว่าจะเอาไฟจากแบตเตอรี่มาใช้งานก่อนจนหมดแล้วค่อยนำไฟฟ้าจากระบบของการไฟฟ้ามาใช้งาน ซึ่งทำให้เราประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้ และหรือบางท่านอาจกลัวว่าแบตเตอรี่จะเสื่อมเร็วเกินไป ก็สามารถตั้งค่าให้ใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเป็นอันดับแรกก่อน หากระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าขัดข้องจึงไปนำไฟฟ้าจากแบตเตอรี่มาใช้งาน ก็ได้

ข้อดี/ข้อเสีย ระบบไฮบริดส์ ( Hybrid ) หรือแบบผสม

ข้อดี ระบบทำงานได้ทั้งแบบ on-grid และ off-grid สามารถเปลี่ยนแหล่งไฟฟ้าได้เองตามสถานการณ์ ช่วยรักษาความเสถียรของระบบไฟฟ้า และใช้ไฟได้เองภายในกรณีไฟจากการไฟฟ้าดับ

ข้อเสีย อินเวอร์เตอร์ชนิดนี้มีให้เลือกน้อยมาก และยังไม่ได้รับการยอมรับจากการไฟฟ้า (กฟผ.) เลยไม่สามารถขนานไฟฟ้ากับกริดได้ ไม่สามารถขายไฟคืน กฟผ. ได้ ต้องใช้อุปกรณ์มากเช่นเดียวกับ off-grid ซึ่งทำให้ระบบโดยรวมแพง และไม่คุ้มค่า

สองพี่น้อง ยอดกตัญญู

0

คนทำดี ไม่เคยไร้ค่าไม่ว่าอยู่สังคนใหน…ทำดี ย่อมได้ดี

 

มิตรแท้ สำหรับคนตอแหล

0

คิดคบกันนาน อย่าคบกันแค่ผลประโยชน์ ความจริงใจควรมีให้กัน

ความยากจน มันกลัวคนขยัน

0

ขอแค่มีความตั้งใจ ฝักใฝ่ในการทำความดีและขยันทำมาหากินบนทางสุจริต สักวันต้องสำเร็จ

สังเกต ไหมว่า ทำไม คน กตัญญู มักมีสิ่ง มอง ไม่เห็น คอย ช่วยเหลือ

0

สังเกตไหมว่า ทำไมคนกตัญญูมักได้ดี
ความกตัญญูนั้นเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่แต่เฉพาะกับพ่อ แม่ แต่ยังหมายถึงการตอบแทนบุญคุณทุกคนที่เคยช่วยเหลือเรา แต่จะต้องตามกำลังและสมเหตุสมผล เราเองก็คงจะให้ทุกอย่างแก่ใครไปหมดคงไม่ได้ ความพอดีจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด หันกลับมาที่ พ่อ แม่ เป็นผู้มีพระคุณล้นฟ้ามากจะตอบแทนเท่าไหร่ก็ไม่หมด แต่ก็ต้องกตัญญูแก่ท่านเท่าที่ความเป็นลูกจะตอบแทนได้ ดูแลท่านให้เหมือนกับท่านเคยดูแลเรามา

คนที่กตัญญูมักได้ดี…

การมีความกตัญญูนั้นเป็นผลบุญอย่างมาก ทำแล้วจะส่งผลให้ชีวิตพบเจอแต่สิ่งดีๆ ดึงดูดความร่ำรวย ความเจริญก้าวหน้า ทำให้ชีวิตมีความสุข มีความสำเร็จในชีวิต ยิ่งกตัญญูมากเท่าไหร่ยิ่งมีพลังดึงดูดความรวยเข้ามาเรื่อย ๆ ตามความเป็นจริงแล้วพ่อ แม่ ก็แก่ขึ้นทุกวันแล้ว หน้าที่ของลูกก็ควรจะดูแลท่าน พ่อกับแม่นั้นคือ ผู้ที่รักเรามากที่สุด เป็นคนที่คอยเป็นห่วงเราตลอดเวลา เป็นรักแท้แบบที่ไม่มีข้อแม้อะไรเลย พร้อมที่จะให้เราทุกอย่างก็คือท่านทั้งสอง

พรที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ก็คือ พรจากพ่อกับแม่ ความกตัญญู เลี้ยงดูพ่อแม่ จะเป็นพรที่นำพาให้ชีวิตเจอแต่สิ่งดีงาม ทำอะไรก็ดี และพรที่มาจากพ่อ กับแม่นั้นย่อมมาจากใจบริสุทธิ์ และผลบุญที่ดูแลพ่อแม่และผู้ที่มีพระคุณนั้นจะส่งผลทั้งชาตินี้ และ ชาติหน้าเลยด้วย

คนที่กตัญญูมักได้ดี

หากจะมองตามความเป็นจริงแล้ว ก็ใช่ว่าจะมีเทวดาอะไรอะไรมาคุ้มกัน แต่ว่าคนที่มีความกตัญญูนั้นมักจะมีจากการมีจิตใจที่ดี กระทำความดีมาโดยตลอด ยึดมั่นในความถูกต้อง จึงไม่แปลกอะไรที่จะมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตอยู่ตลอด

ทั้งเรื่องหน้าที่การงาน เรื่องเงิน มิตรภาพ และอื่น ๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น นิสัยของคนแบบนี้ปกติก็คิดดี ทำดี พูดดีอยู่แล้ว ในที่ทำงานก็ทำให้เจ้านายเอ็นดูได้ ทำงานเก่ง ซื่อสัตย์เงินเดือนก็ขึ้น รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

อยากจะตอบแทนบุญคุณพ่อ แม่ ก็จงทำให้เต็มที่ เพราะว่าต่อให้นำพ่อและแม่มาประดิษฐานบนบ่า ซ้ายและบ่าขวาปรนนิบัติท่านทั้งสองอยู่บนบ่าของตนให้มีความสุขเต็มเปี่ยมในทางโลกที่ท่านพอใจ แต่การปรนนิบัติมารดา บิดาขนาดนั้นก็เป็นความกตัญญูแบบธรรมดา ๆ เท่านั้น

แต่ถ้าหากตั้งใจดูแลท่านให้ดีที่สุดแล้วยังนำพาไปสู่เส้นทางธรรมด้วยการนำท่านให้สมาทานประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา หรือ ทาน ศีล ภาวนา จนทำให้พ่อแม่มีธรรมกำกับชีวิต ลูกคนไหนทำได้ก็จะเป็นที่สุดแห่งความกตัญญู ทำแล้วจะยิ่งเจริญ ๆ มากยิ่งขึ้นไปอีก

การใช้ชีวิตในวัย 50 กว่า ให้มีความสุขอย่างเฟี้ยวๆ

0

เป็นสาวอายุ 50+ แต่ก็ยังมีความสุข สำหรับเจ่เจ๊ก้อย เจ้าของเพจ เจ่เจ๊ก้อย 50ก็เฟี๊ยวได้ ที่ล่าสุดได้ออกมาโพสต์แชร์ข้อคิดในการใช้ชีวิตให้มีความสุข แบบเฟี้ยวๆ เพราะเจ้าตัวดูแลตัวเองให้เป็นเหมือนสาววัยรุ่นอยู่ตลอด เห็นแล้วแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าจะอายุ 50 กว่าแล้ว ซึ่งจากโพสต์นั้นได้ระบุว่า…

สวัสดีค่า เจ่เจ๊ก้อยนะคะ วันนี้อยากมาแชร์ไอเดีย ข้อคิดในการใช้ชีวิตในวัย50+ ในแบบของเจ่เจ๊เองนี่แหละค่ะ ก่อนไปเรามาทักทายกันซะหน่อยเนอะ ข้อคิดการใข้ชีวิตวัย 50+ อย่างเฟี๊ยวๆให้มีความสุข

1.ยิ้มในทุกวัน หัวเราะด้วยยิ่งดี

2.มองแต่เรื่องดีๆของคนอื่น มองข้ามเรื่องไม่ดีของคนอื่น

3.ไม่ต้องมีกรอบมีกฎเกณฑ์กับตัวเองในทุกเรื่อง

4.ไม่ต้องเก่งทุกเรื่อง ไม่เก่งบ้างก็ได้

5.ไม่ต้องพูดทุกอย่างที่คิด

6.ไม่ต้องฟังทุกเรื่อง

7.ไม่ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับใคร

8 ไม่เอาคำพูดคนอื่นมาพิพากษาตัวเอง

9.ไม่ดูถูกตัวเอง ทุกคนมีคุณค่าในตัวเองที่แตกต่างกันไป มองหาคุณค่าของตัวเองให้เจอแล้วชื่นชมและภูมิใจในตัวเอง

10.เมื่อเจอปัญหาให้หายใจเข้าออกลึกๆ 3 ครั้งแล้วค่อยคิดต่อ

11.ไม่ต้องตามใจทุกคนหัดปฎิเสธในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบบ้างไม่ต้องฝืน

12.ไม่ต้องบ้าสมบัติ เสียสละแบ่งปันให้ผู้อื่นบ้าง

13.หมั่นสวดมนต์ ทำสมาธิ ทำทุกวันได้ยิ่งดี

14.ฟังธรรมะบ้าง

15.เข้าวัดทำบุญบ้างตามแต่โอกาส

16.รักษาศีล5 ทำได้ทุกวันเป็นเรื่องที่ดี

17.เรื่องการสูญเสียเป็นสัจจธรรมของชีวิต ปล่อยวางให้เป็นไปตามธรรมชาติ

18.ทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมบ้างเมื่อมีโอกาส

19.เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

20.หลีกเลี่ยงการกินชานมไข่มุกเปลี่ยนเป็นน้ำเต้าหู้แทน

21.กินผักผลไม้เยอะๆ

22.ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะน้ำเป็นหัวใจสำคัญทั้งสุขภาพและผิวพรรณ

23.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

24.ทาครีมบำรุงทุกวันถูกหรือแพงไม่สำคัญเอาให้เหมาะกับเรา

25.ลุกขึ้นมาแต่งหน้าสวยๆแล้วชื่นชมตัวเอง

26.ผมทรงเดิมๆที่ทำมาหลายปี ลองเปลี่ยนทรงบ้างจะมีชีวิตชีวาขึ้น

27.กล้าลองใส่เสื้อผ้าแบบใหม่ๆที่ไม่เคยใส่ ไม่ต้องแคร์ใคร

28.ไปดูคอนเสริต์ศิลปินที่เคยชอบเพื่อระลึกความหลังให้หัวใจชุ่มชื้น

29.มีเพื่อนรักที่เข้าใจกันจำนวนน้อยๆก็พอ

30.หาเวลาเจอกับเพื่อนเก่าๆบ่อยๆได้คุยได้หัวเราะเรื่องความสนุกในความทรงจำเก่าๆ

31.ไม่ต้องกลัวเทคโนโลยีใหม่ๆ

32.ฝึกทักษะเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ต้องขีดกรอบให้ตัวเองก่อนว่า แก่แล้วทำไม่ได้ ทำบ่อยๆ มันจะได้ไปเอง

33.อยากทำอะไรทำ อยากเรียนรู้อะไรเรียน Google มีคำตอบให้ทุกเรื่อง

34.หาเวลาไปท่องเที่ยวพักผ่อน ก่อนที่จะไปไม่ไหว

35.อย่าอยู้ใกล้กับคนคิดลบ ทำให้เราติดความคิดลบๆมา เป็นไปได้เลิกคบไปเลย

36.เลือกคบเลือกคุยกับคนที่มองโลกบวก จะทำให้เราได้รับแต่พลังงานดีๆ

37.เสพข่าวสารแต่เรื่องดีๆ เรื่องแย่ๆ ไม่ต้องอ่านให้ผ่านไป

38.ดูคลิปตลกๆ ไร้สาระ ความน่ารักของหมาๆ แมวๆบ่อยๆ ทำให้เรายิ้มหัวเราะมีความสุข

39.ไม่ต้องตำหนิตัวเอง จงจำไว้ Nobody Perfect

40.หลงรักตัวเองที่เป็นคนอายุ50+ ที่มีความสุขที่สุดในแบบที่ตัวเองเป็น

~เจ่เจ๊ก้อย~
นอกจากการดูแลตัวเองให้ดีแล้ว การแต่งตัวก็ยังทำให้เรามีความสุขได้เหมือนกันที่สำคัญอย่าลืมมองโลกในทางบวก กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และมีความสุขกับการใช้ชีวิตในทุกๆวันนะคะ

ขอขอบคุณที่มาจาก : เจ๊ก้อย 50ก็เฟี๊ยวได้

อานิสงส์ผลบุญ ของการดูแลพ่อแม่ 12 ประการ ที่ลูกกตัญญูจะได้รับ

0

อานิส งส์ผลบุญของการดูแลพ่อแม่ 12 ประการ ที่ลูกกตัญญูจะได้รับ การตอบแทนคุณพ่อแม่ ตามหลักมงคล ที่ 11 บำรุงบิดามารดา สามารถแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ

1 เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็ช่วยเหลือกิจการงานของท่าน เลี้ยงดูท่านตอบเมื่อยามท่านชร า ดูแลปรนนิบัติการกินอยู่ของท่านให้สะดวกสบายและเอาใจใส่ช่วยเหลือเมื่อท่านเจ็ บป่ วย
2 เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็จัดพิธีศ พให้ท่าน และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่านอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าเราจะตอบแทนพระคุณท่านถึงเพียงนี้แล้ว ยังนับว่าเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับพระคุณอันยิ่งใหญ่ที่ท่านมีต่อเรา ผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีต้องการจะสนองพระคุณท่านให้ได้ทั้งหมด พึงกระทำดังนี้

– ถ้าท่านยังไม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก็พยายามชักนำให้ท่านตั้งอยู่ในศรัทธาให้ได้
– ถ้าท่านยังไม่ถึงพร้อมด้วยการให้ทาน ก็พยายามชักนำให้ท่านยินดีในการบริจาคทานให้ได้
– ถ้าท่านยังไม่มีศีล ก็พยายามชักนำให้ท่านรักษาศีลให้ได้
– ถ้าท่านยังไม่ทำสมาธิภาวนา ก็พยายามชักนำให้ท่านทำสมาธิภาวนาให้ได้

เพราะว่าการตั้งอยู่ในศรัทธา การให้ทาน การรักษาศีล การทำสมาธิภาวนาเป็นประโยชน์โดยตรงและเป็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่แ ก่ตัวบิดามารดาผู้ปฏิบัติเองทั้งในภพนี้ภพหน้า และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งคือเป็นหนทางไปสู่นิพพาน

อานิสงส์ของการดูแลพ่อแม่ และผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูเรามา มี 12 ประการ ดังนี้

1 ทำให้มีความอดทน
2 ทำให้เป็นคนมีสติรอบคอบ
3 ทำให้เป็นคนมีเห ตุผล
4 ทำให้พ้นทุกข์พ้นภั ยได้

5 ทำให้ได้ลาภโดยง่าย
6 ทำให้แคล้วคลาดภั ยในยามคับขั น
7 ทำให้เทวดาลงมาพิทักษ์รักษาผู้ที่ทำ
8 ทำให้ได้รับการยกย่องสรรเสริญ

9 ทำให้มีความเจริญก้าวหน้า
10 ถ้ามีลูกก็จะได้ลูกที่ดี
11 ทำให้มีความสุข
12 ทำให้เป็นตัวอย่างอันดีแก่อนุชนรุ่นหลัง

“เพราะการปรนนิบัติในมารดาบิดานั้นแล บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญเขาในโลกนี้นี่เอง เขาละไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์”

ที่มา amarinbabyandkids

อยากมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง ขอให้คุณทำตามนี้…

0

การขอขมาเทวดาประจำตัว ทำแล้วชีวิตเจริญรุ่งเรือง เรื่องราวของความเชื่อที่มีมาอย่างยาว นาน เป็นสิ่งที่หลายคนทำและสืบทอดต่อกันม า รุ่นสู่รุ่น เป็นวิธีการแก้สะเดาะเคราะห์ทำตามวิธีของคนเฒ่าคนโบราณ เพราะจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยเสริมโชคลาภ

ดวงชะตาชีวิตให้มีแต่ความเจริญ ความมั่งคั่ง ดวงจากที่ไม่ดี ก็จะกลับกลายเป็นดี ดวงจากที่ดี อยู่แล้วก็จะดียิ่งๆขึ้นไปการเริ่มทำบุญ ตั้งแต่ต้นปีก็จะเป็นการเพิ่มดวง เสริมสง่าราศีให้ชีวิตมีความสุข การบูชาเทวดาประจำของเรา เชื่อกันว่าถ้าทำถูกวิธีรับรองว่า มีแต่จะรุ่งเรือง

วิธีขอขมาเทวดาประจำตัว ตั้งนะโม 3 จบ

“อิติสุขะคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พรหมะเทวา อินทะเทวา อังคะเทวา อาคันตุกะเทวะตา รุกขะเทวาพา ลี ชัยยะมังคะลา อาจาริยัง อาจาริยะเทวา มุณีสิทธิ

“มา ตา ปิ ตุ โร อะ โ ร ค ะ เย นะ สุข เข นะ จะ ขะ มา มิ หัง สาธุ สาธุ สาธุ”

ด้วยอานุภาพของพระพุทธเจ้า ด้วยอานุภาพของพระธรรม ด้วยอานุภาพของพระสงฆ์ ด้วยอานุภาพของพระรัตนตรัยทั้ง ๓ ประการนี้ ขอจงดลบันดาลให้บุญที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญมาแล้ว

ตั้งแต่อดีต ชาติจนถึงปัจจุบันชาตินี้ ข้าพเจ้าขออุทิศบุญนี้ให้แก่เทวดา ที่รักษาตัวของข้าพเจ้า ให้แก่เทวดา ที่รักษาบ้านเรือน

ที่อยู่อาศัยของข้าพเจ้า ให้แก่เทวดาที่รักษากิจการค้าขายของข้าพเจ้า ถ้าท่านตกทุ ก ข์ขอให้พ้นจากทุ ก ข์ ถ้าท่านมีสุข

ขอให้มีความสุขยิ่งๆขึ้นไป จงมีแต่ความสุข ความเจริญ มีอาหารอันดี มีอาภรณ์อันเลิศ ขอให้ท่านจงมี ภพมีภูมิที่สูงขึ้น และเจริญยิ่งๆขึ้นไป เมื่อได้รับผลบุญขอข้าพเจ้าแล้ว ขอจงให้ซึ่งอโหสิ ก ร ร ม แก่ข้าพเจ้า และขอจงอนุโมทนาบุญกับข้าพเจ้า

เมื่อท่านอนุโมทนาบุญกับข้าพเจ้าแล้ว ขอจงดลบันดาลให้ข้าพเจ้า จงมีแต่ความสุขความเจริญ รุ่งเรืองและแคล้วคลาด ปลอด ภั ย จาก อั น ต ร า ย ทั้งหลาย จงมีความสำเร็จ ในหน้าที่การงาน การเงิน การติดต่อ การค้าขาย ขอให้ชนะ ศั ต รู ก ลุ่ ม ม า ร ทั้งหลาย ขอให้เป็นที่รัก ของมนุษย์ทั้งหลาย และขอให้ข้าพเจ้าจงมีแต่โชคลาภอยู่เสมอ และขอจง

อนุโมทนาบุญกับข้าพเจ้า เมื่อท่านอนุโมทนาบุญกับข้าพเจ้าแล้ว ขอจงดลบันดาลให้ข้าพเจ้า จงมีแต่ความสุขความ เจริญ รุ่งเรืองและแคล้วคลาดปลอด ภั ย จาก อัน ต ราย ทั้งหลาย จงมีความสำเร็จ ในหน้าที่การงาน การเงิน การติดต่อ การค้าขาย ขอให้ชนะศั ต รู กลุ่ม ม า ร ทั้งหลาย ขอให้เป็นที่รัก ของมนุษย์ทั้งหลาย และขอให้ข้าพเจ้าจงมี แต่โชคลาภอยู่เสมอ และสำเร็จดังที่ปรารถนาโดยเร็วพลันเทอญ อย่าลืมหมั่นทำบุญสร้างกุศลให้กับตัวเอง

การถวายสังฆทาน เสริมดวงชะตาชีวิต กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร และที่สำคัญนั้น ทำจิตใจให้ใสสะอาด และหมั่นทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และอุทิศผลบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วเพื่อจะส่งผลให้แก่ตนเอง และเป็นผลดีติดตัวเราไปตลอด

สวดมนต์สั้นๆ ก่อนนอน หนุนชีวิต ชักนำโชคลาภ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง

0

สำหรับใครที่ต้องการนอนหลับสบายฝันดี บทสวดมนต์ก่อนนอน แบบสั้น พร้อมคำแปล ที่เรานำมาฝากนี้ตอบโจทย์ทีเดียวค่ะ เชื่อว่าชาวพุทธหลายคนอยากสวดมนต์ทำสมาธิก่อนนอน แต่ภาระหน้าที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยและง่วงเกินกว่าจะทำได้ ขอแค่คุณแบ่งเวลาวันละ 5 นาที

แล้วว่าตามบทสวดมนต์ก่อนนอนด้านล่างนี้ หรือหากใครไม่เคยสวดก็สามารถเปิดคลิปสวดตามได้เลย รับรองว่าทำได้ไม่ยากแน่นอนค่ะ นอกจากใจของคุณจะผ่อนคลาย นอนหลับง่ายขึ้นแล้ว การสวดด้วยใจสบายเป็นกุศลยังช่วยเสริมดวงให้ชีวิตของเราค่อยๆ ดีขึ้นอีกด้วย

สวดมนต์ก่อนนอนแบบสั้น1
*อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ 1 ครั้ง)

*สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ 1 ครั้ง)

*สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ 1 ครั้ง)

*พุทธะบูชา มะหาเตชะวันโต – ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธ ขอให้ข้าพเจ้ามีเดชเดชะ – ธัมมะบูชา มะหาปัญญะวันโต – ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม ขอให้ข้าพเจ้ามีปัญญาอันยิ่งใหญ่

*สังฆะบูชา มะหาโภคะวะโห – ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์ ขอให้ข้าพเจ้าอุดมด้วยอริยสมบัติ – ติโลกะนาถัง ระตะนัตตะยัง อะภิปูชะย ามิ – ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งของโลกทั้งสาม (31 ภพภูมิ)

สวดมนต์ก่อนนอนแบบสั้น1
*อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ 1 ครั้ง)

*สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ 1 ครั้ง)

*สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ 1 ครั้ง)

*พุทธะบูชา มะหาเตชะวันโต – ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธ ขอให้ข้าพเจ้ามีเดชเดชะ – ธัมมะบูชา มะหาปัญญะวันโต – ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม ขอให้ข้าพเจ้ามีปัญญาอันยิ่งใหญ่

*สังฆะบูชา มะหาโภคะวะโห – ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์ ขอให้ข้าพเจ้าอุดมด้วยอริยสมบัติ – ติโลกะนาถัง ระตะนัตตะยัง อะภิปูชะย ามิ – ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งของโลกทั้งสาม (31 ภพภูมิ)

*วันทามิเจติยัง สัพพัง สัพพัฏฐาเน สุปติฏฐิตัง สารีริกะธาตุ

*ขอบูชากราบไหว้พระสถูปซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกะธาตุตามที่ต่าง – มะหาโพธิง ชินะโยจะ พุทธะรูปัง สะกะลังสะทา – ขอบูชากราบไหว้พระพุทธรูปทุกพระองค์และต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้

สวดมนต์ก่อนนอนแบบสั้น2
บทสวดสั้นง่ายต่อการจดจำหมั่นสวดทุกวันดีต่อใจพระรั กษ าและเทวดาคุ้มครอง สาธุ

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง

*อะหัง สุขิโต โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้มีความสุขเถิด

*อะหัง นิททุกโข โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์

*อะหัง อะเวโร โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีเวร

*อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความพยาบาทเบียดเบียน

*อะหัง อะนีโฆ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ

*สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิฯ
ขอให้ข้าพเจ้า จงมีความสุขกายสุขใจ รั กษ าตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญฯ

คำแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิດ แก่ เจ็ບ ตา ย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุข เถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพญาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุข เถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุข เถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ จงมีความสุขกาย สุขใจรักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นนี้เทอญฯ
ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม ขอให้ท่านสวดบทสวดมนต์นี้ทุก เช้า

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเพื่อความรุ่งเรื่อง มีสติและสมาธิต่อหน้าที่การงานและการใช้ชีวิตขอให้ท่านแชร์บทสวนมนต์นี้ให้ผู้อื่นเห็นเป็นบุญกุศลยิ่งนัก สาธุ

อานิสงค์จากการสวดมนต์ครั้งนี้
– เกิดบุญจากการแผ่เมตตา เมื่อสวดมนต์เสร็จสิ้น มีการแผ่เมตตาแก่ตนเองและเหล่าสรรพสัตว์ย่อมเกิดอานิสงส์บุญเกิດขึ้น

– ได้รับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนที่สวดมนต์เป็นประจำนั้นย่อมได้รับการอวยพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ เพราะเป็นผู้สร้างกssมดีจากการสวดมนต์และแผ่เมตตา

– สร้างสิริมงคลต่อตนเอง และครอบครัว ปัดเป่าภัยพิภัย โรคร้ายได้จริง ทุกบทสวดมนต์นั้นมาจากอักขระที่ศักดิ์สิทธิ์ มีอำนาจดลบันดาลให้สิ่งอัปมงคลนั้นออกไปจากชีวิต และสร้างสิริมงคลให้กับคนที่สวด ยิ่งสวดมากก็จะมีสิริมงคลมากขึ้น ทำอะไรก็สำเร็จโดยง่าย

– สวดมนต์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเป็นบุญที่ได้กล่าวคำศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ บทสวดพุทธมนต์นั้น มาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้าที่ได้ทรงสอนสั่งสาวกและมีการจำและท่องสืบกันมา จนถึงมีการจดบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ผู้ที่ได้มีโอกาสสวดมนต์ในชีวิต เป็นการเปล่งคำศักดิ์สิทธิ์ถวายเป็นพุทธเจ้า เป็นการบูชาพระพุทธเจ้าและย่อมได้บุญกุศล

– เกิดผลดีต่อร่า งกาย คนที่สวดมนต์เป็นประจำนั้น ทางการแพทย์สมัยใหม่รับรองแล้วว่า การสวดมนต์ทำให้เกิดความสุขได้จริงในจิตใจ ส่งผลต่อร่ า งกายให้หลั่งสารความสุขออกมาร่างกายก็จะแข็งแรง ใบหน้าสดใส ครูบาอาจารย์ในสมัยโบราณถึงปัจจุบันทราบถึงแนะนำลับสำคัญ ให้สังเกตว่าท่านจะมีอายุยืนมาก และบรรพบุรุษของเรานั้น ท่านสวดมนต์เป็นประจำอายุท่านจึงยืนย าว ไม่เหมือนคนในปัจจุบันที่ห่างเหินการสวดมนต์มาก อายุจึงสั้น

– เป็นที่โปรดโปรนของเหล่าเทพเทวดาและดวงจิตวิญญาณทั้งปวง แม้ผู้ใดไม่ว่าจะเป็นพรหมเทพเทวดา สรรพสัตว์ทั้งหลายดวงจิตวิญญาณทั้งหลาย เมื่อได้ยินบทสวดนั้นจะพบกับความเย็นสบาย คลายทุกข์ ทำให้นิยมชมชอบคนที่สวดด้วย และเมื่อยินก็จะช่วยปกป้องรักษาคนที่สวด

– สามารถแผ่บุญไปช่วยผู้อื่นที่เดือดร้อนได้ บทสวดมนต์ทุกบทนั้น สมารถแผ่บุญกุศลไปช่วยผู้อื่นที่เดือดร้อนได้ทุกเรื่อง ยิ่งเป็นสายเลือดเดียวกันจะยิ่งเร็วขึ้น เพราะมีทั้งบุญและกรรมผูกพันกันมา อานิสงส์ที่ดังที่กล่าวมาข้างต้นคงพอจะทำให้ทุกท่านเข้าใจเรื่อง อานิสงส์ หรือ ประโยชน์ที่จะรับจากการสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ ตลอดจนการแผ่เมตตาเป็นอย่างดีแล้วอย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงประโยชน์เบื้องต้นเท่านั้นความจริงแล้วมีอานิสงส์ที่จะได้รับทางอ้อมทางลึกอีกมากมายกว่านี้นักแต่เป็น

ปัจจัตตัง หรือรู้ได้เฉพาะตัวของแต่ละคนไป โปรดจำไว้เสมอว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นต้องปฏิบัติเองถึงจะได้

– เป็นพื้นฐานไปสู่การก่อนปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานชั้นสูงต่อไป เมื่อทุกท่านทราบถึงการที่จะต้องทำอย่างไรก่อนถึงจะเริ่มต้นการสวดมนต์ ที่ครบถ้วนทุกประการแล้ว ต่อไปนี้จะขอนำทุกท่านพบกับวิธีการสวดให้ชีวิตดี สวดให้สุข สวดให้รวย กันในลำดับต่อไป

บทสวดมนต์ก่อนนอนเป็นบทสวดที่ก่อให้เกิดอานิสงค์กับผู้ที่สวด ทำให้จิตใจสงบ นอนหลับง่าย ตื่นมาสดชื่นเบิกบาน ดังนั้นการสวดมนต์ก่อนนอนทุก คืนเป็นประจำเป็นเรื่องที่พุทธศาสนิกชนควรยึดถือปฏิบัติ